2008/Jun/14

เป็นนางสาวไทยต้องรักเด็ก

หากคุณสมบัติข้อนั้นตั้งให้เป็นอันดับแรกของการสมัครเป็นนางสาวไทย แม่ในอนาคตของลูกผู้ชายคนไหน ข้าพเจ้าคงต้องขอบายคนแรกค่ะ

วันนี้เป็นวันหยุดปลายสัปดาห์ค่ะ ปกติแล้วข้าพเจ้าจะออกไปนั่งวาดโดจินหรืออ่านหนังสือตามร้านต่างๆ ไม่ว่าจะร้านกาแฟ ร้านฟาสต์ฟู้ด หรือแม้กระทั่งศูนย์อาหารค่ะ ทุกครั้งที่ไปข้าพเจ้าไม่ได้ไปนั่งเฉยๆหน้าด้านนา ก็สั่งอาหารสั่งกาแฟมาดื่มค่ะ ชนิดที่ว่าไม่เคยให้โต๊ะต้องว่างเลย เพราะงั้นบรรดาร้านอาหารทั้งหลายก็สมควรนับข้าพเจ้าเข้าเป็นหนึ่งในลูกค้าค่ะ

สิ่งที่ทำให้ข้าพเจ้าปวดประสาทที่สุดเวลาไปใช้บริการ ไม่ใช่รสชาติอาหารห่วยแตก ไม่ใช่ความสะอาด(อันมีน้อยหรือมาก)ของร้านอาหาร ไม่ใช่พนักงานห่วยแตก และไม่ใช่ราคาค่าอาหารค่ะ แต่เป็นเด็ก

เด็กปกติข้าพเจ้าเฉยๆนะ ข้าพเจ้าเป็นคนรักสัตว์และเป็นคนรักสงบค่ะ ไม่ใคร่จะเกลียดจะชังใครง่ายๆเท่าไหร่ ด้วยเหตุที่ว่าเกิดมาชาตินี้ไม่ค่อยจะสนใจอะไรค่ะ ใครจะทำอะไรถือว่าเป็นเรื่องของเขา แต่คิดดูสิคะ ถ้าสมมติว่าคุณกำลังนั่งทานข้าว หรือว่านั่งอ่านหนังสือ (ไม่ว่าจะหนังสือการ์ตูนหรือหนังสือสอบก็ตามเถอะ) แล้วมีเสียงเด็กเล็กๆกรี๊ดขึ้นมาเนี่ย มันปวดประสาทขนาดไหน

แล้วสิ่งที่แปลกมากก็คือ แทนที่พ่อแม่จะห้าม เพราะการส่งเสียงแปดล้านเดซิเบลในที่สาธารณะ(ซึ่งไม่ใช่สวนสาธารณะหรือสนามเด็กเล่น)มันเป็นเรื่องไม่ควร แต่พ่อแม่กลับแค่ปรามๆพอเป็นมารยาท ไม่ได้สอนอะไรเด็กๆจริงจังค่ะ

หลายคนอาจจะเถียงว่า ก็เด็กมันยังไม่รู้ความนี่ สอนไปมันก็ไม่เข้าใจค่ะ

แต่ข้าพเจ้าคิดว่า มารยาททางสังคมหรือจิตสำนึก คือสิ่งที่ควรปลูกฝังมาตั้งแต่เล็กแต่น้อยด้วยพ่อแม่ค่ะ ไม่งั้นจะมีสถาบันครอบครัวไปทำไมคะ ถ้าสิ่งที่คุณทำมีเพียงแค่การปั๊มลูกขึ้นมา (ไม่ว่าจะด้วยความตั้งใจหรือพลั้งเผลอก็เถอะ)และเลี้ยงดูทางร่างกาย แต่ไม่ได้เลี้ยงดูทางด้านจิตใจไปด้วย

การที่จะสอนเรื่องเหล่านี้ ก็ควรจะเริ่มตั้งแต่ตอนเล็กๆนี่แหล่ะง่ายที่สุดค่ะ เพราะโตไปอีกหน่อยเข้าสู่ช่วงวัยรุ่น พูดได้แทบเต็มปากเลยค่ะ ว่าเด็กจะสนใจสิ่งอื่นมากกว่าพ่อแม่ค่ะ ไม่ใช่ว่าไม่รักพ่อแม่นะคะ แต่ว่าเด็กๆน่ะมีโลกเป็นของตัวเองแล้วค่ะ ถ้าพ่อแม่พยายามจะก้าวเข้ามามากเกินไปเพราะถือว่าตัวเองเป็นคนให้กำเนิดหรือเป็นคนเลี้ยงมาล่ะก็ คิดใหม่เถอะค่ะ สังคมและค่านิยมเปลี่ยนไปแล้ว คุณต้องเข้าใจว่าเด็กๆอยากได้รับการยอมรับจากเพื่อนๆและมีสิ่งที่อยากจะติดสอยห้อยตามมากกว่าพ่อแม่ของตัวเองค่ะ ด้วยเหตุนั้น เริ่มสอนตั้งแต่ตอนที่เขายังฟังคุณเถอะค่ะ

สอนให้เขารู้จักมารยาทเล็กๆน้อยๆ ว่าไม่ควรเสียงดังในที่สาธารณะ(โดยเฉพาะในห้องสมุด โรงหนัง หรือที่ๆคนอื่นเค้าเงียบๆกัน แม้กระทั่งร้านอาหารค่ะ ถ้าสมมติว่าเป็นแม็คโดนัลที่มีมุมของเด็กนั่นก็แล้วไป) มันเป็นการรบกวนคนอื่น ไม่ควรจะรังแกสัตว์ เพราะถึงแม้มันจะดูเป็นเรื่องเล็กนิดเดียว แต่มันคือเมล็ดพันธุ์แห่งความก้าวร้าวที่ได้ถูกฝังไว้ในใจและถ้าหากคุณไม่ห้าม ซักวันหนึ่งมันจะเติบโตขึ้นในรูปแบบต่างๆ อาจจะลงกับคนอื่น ลงกับสังคม ลงกับครอบครัว ลงกับคนรัก หรือแม้กระทั่งลงกับตัวเองค่ะ

หยุดเถอะค่ะ คุณกำลังให้ท้ายเด็กในสิ่งที่ผิดอยู่ค่ะ ถึงแม้มันจะดูโหดร้าย ขัดกับธรรมชาติของเด็ก แต่ทุกอย่างมันฝึกหัดกันได้ค่ะ ค่อยๆฝึกลูกคุณอย่างละมุนละม่อน ถ้าเขาทำดีก็ให้รางวัลค่ะ ถ้าเขาทำผิดก็ตักเตือน การดุด่าหรือตีนี่ถ้าทำได้ขอให้ละเว้นไว้ค่ะ เพราะมันได้ผลแค่ผิวเผินเท่านั้น เผลอๆอาจจะเป็นการกรีดบาดแผลลงบนจิตใจของลูกคุณ ซึ่งทำให้เขาเติบโตขึ้นมาอย่างผิดปกติค่ะ

ฝากพ่อแม่หลายๆท่านด้วยนะคะ ว่าอย่าทำตัวเป็นพ่อแม่ในนิทานเรื่อง 'พ่อแม่รังแกฉัน' เลยค่ะ มันจะทำให้ทั้งคนอื่น ตัวคุณ และลูกคุณเองเดือดร้อนในภายหลังค่ะ

 

2008/May/19

ได้รับ Tag มาจากพี่อาน เพราะงั้นไม่พูดพร่ำทำเพลง เรามาเริ่มกันเต๊อะ!

ถ้าคุณตื่นขึ้นมาแล้วกลายเป็นเพศตรงข้าม!!
(ยิปปี้!)

" เช้าวันนึง คุณตื่นมาพร้อมกับความรู้สึกแปลกๆ และเมื่อคุณเดินไปห้องน้ำเพื่อจะอาบน้ำ
คุณกำลังส่องกระจกด้วยความงัวเงีย แต่สิ่งที่คุณเห็นในกระจก กลับกลายเป็นคนแปลกหน้า (เพศตรงข้าม) !!!!!! "

1. คุณจะทำอย่างไร!!!

เอ๋?! เป็นผู้ชายน่ะเหรอ ก่อนอื่นก็ต้องดูก่อนเลยว่าหน้าตารูปร่างโอเคมั๊ย *หัวเราะ* เสร็จแล้วก็เปิดดูตรงนั้น เฮ้! ไม่ใช่ทุกวันนี่นาที่เราจะได้เห็นไอ้นั่นของจริงต่อหน้า โดยเฉพาะอยู่ในหว่างขาของเขาเองน่ะแหล่ะ แน่นอนว่าจะต้องลุ้นให้มันใหญ่ โอเค ชั้นไม่ได้อยากให้มันใหญ่อะไรนักหนาหรอก แค่ขอให้เข้าเกณฑ์มาตรฐานก็พอ ไม่เอาน่า อย่ามองชั้นอย่างงั้นสิ มันก็เหมือนกับการที่ผู้หญิงกังวลเรื่องขนาดหน้าอกของตัวเองน่ะแหล่ะ แล้วพอสำรวจไปได้ซักพัก ตบๆหน้าให้พอรู้ว่าไม่ใช่ความฝัน ชั้นก็จะลองเริ่มมาสเตอร์เบทดู ใช่ มันฟังดูเสื่อมมากเลย แต่แหม ซักครั้งเหอะน่า (หรืออาจจะมากกว่านั้น ก็ชั้นยังอายุน้อยอยู่ แล้วหนุ่มๆน่ะแรงดีจะตาย)

2. หน้าตาของคุณเป็นแบบไหน [วาดรูป ไม่ก็อธิบายให้เห็นภาพนะงับ]

ไม่อยากจะยอมรับเลยว่า ใช่ ชั้นรู้ตัวดีน่าว่าไม่ได้มีรูปลักษณ์หญิงจ๋าถึงขนาดนั้น และไม่ ผิวชั้นก็ไม่ได้อ่อนใสโปร่งบาง และไม่ เสียงชั้นก็ไม่ได้สูงหวานเหมือนสาวๆทั่วไปหรอก เพราะงั้นถึงจะเป็นผู้ชาย ชั้นก็คงจะไม่ได้เปลี่ยนไปมากถึงขนาดนั้น(?) ทว่ามันอาจจะแย่ตรงที่ตอนนี้ชั้นมีผมยาวหยักศก(ไม่ได้เกิดจากธรรมชาติ ซึ่งนั่นแย่ชะมัดเพราะผมดัดน่ะเข้ากับชั้นมากกว่าผมตรงๆที่ได้มาตั้งแต่เกิดซะอีก) ชั้นไม่ชอบผู้ชายผมยาวหยักศกหรอกนะ (ยกเว้นว่าหน้าตาดี อันนั้นทำทรงไหนก็คงขึ้นน่ะแหล่ะ) เพราะงั้นชั้นอาจจะต้องไปตัดผม *หัวเราะ* ใช่ รวมถึงซื้อชุดใหม่ด้วย เพราะไม่คิดหรอกนะว่าชั้นในร่างผู้ชายจะพิศวาสเดรสตัวสั้นน่ะ คงเป็นเรื่องสยองขวัญแห่งปีเลย

3. คุณจะบอกกับคนในบ้านว่ายังไง

อ..เอ๋? บอกกับคนในบ้านน่ะเหรอ อืมม์ ไม่รู้เหมือนกันแฮะ ก็คงจะพยายามปิดน่ะแหล่ะ โอ้ ไกอา ชั้นไม่คิดหรอกนะว่าถ้าสมมติชั้นในร่างผู้ชายเดินลงไปบอกว่า "เอ้อ ผมกลายเป็นผู้ชายไปแล้วล่ะหม่ามี๊" หรืออะไรเทือกๆนั้นแล้วแม่จะไม่เอาไม้กวาดไล่ตีฐานบุกรุกบ้านคนอื่นน่ะ คนในบ้านชั้นต้องไม่เชื่อแน่ๆ เพราะงั้นชั้นจะโทรไปกรีดร้องกับเพื่อนที่ดูท่าจะรับกับเรื่องมหัศจรรย์พันลึกอย่างงี้ว่าจะเอาไงดีก่อนนะ

4. ได้เวลาอาบน้ำ!!

ก็อาบน้ำ แน่นอนว่าต้องเช็คทุกส่วนแล้วแอบโลมเลียร่างกายของตัวเองด้วย *หัวเราะ* บอกแล้วไงว่าไม่ใช่ทุกวันที่เราจะเป็นผู้ชายน่ะ

5. สถานที่ที่อยากจะไป

อาบอบนวด! บาร์เกย์! ว๊าว ฟังดูแย่ชะมัด แต่ถ้าชั้นที่เป็นผู้หญิงล่ะก็ สถานที่ประมาณนี้คงได้อีกฟิลหนึ่งเวลาเข้าไปน่ะแหล่ะ เพราะงั้นถ้าเป็นผู้ชาย ก็ต้องลองเข้าไปดูว่าจะเป็นยังไง

6. คุณจะบอกแฟนคุณว่าไงล่ะทีนี้

เอ๋? ถ้าในกรณีที่มีแฟนเป็นผู้หญิง ก็จะบอกว่า "เฮ้ เบบี๋ เรามาอึ๊บกันให้สุดเหวี่ยงไปเลยเถอะ" และถ้าในกรณีที่แฟนเป็นผู้ชาย ก็จะบอกว่า "เฮ้ เบบี๋ เรามาอึ๊บกับให้สุดเหวี่ยงไปเลยเถอะ ว่าแต่คุณอยากเป็นฝ่ายไหนกันล่ะ รับหรือรุก?" *หัวเราะ*

7. อยากกลับไปเป็นเหมือนเดิมมั๊ย

อยากกลับก็อยากกลับนะ แต่ก็อยากเป็นผู้ชาย ถ้าสมมติว่าให้สลับไปสลับมาเหมือนรันม่าได้ก็ดี แต่ถ้าให้เลือกล่ะก็คงจะเป็นผู้หญิงน่ะแหล่ะ ก็แหม การเป็นสาววายน่ะเจ๋งที่สุดละ *หัวเราะ*

ไม่มีคนให้ Tag ต่อ เพราะงั้นจบลงแค่นี้ล่ะกั๊บ ^^

2008/Mar/17

Title : Tension is Passion (18/?)

Author : Hyperkaoru

Fandom : FFVII

+++++++++++++++++++

"ส...สามคนเหรอครับ?" พนักงานเรียกแขกหน้าโรงแรมพูดตะกุกตะกักเหมือนสำลักอะไรบางอย่างในคอ แต่แล้วรอยยิ้มแบบธุรกิจก็ครอบคลุมสีหน้าตกใจได้อย่างเนียนสนิท ชายหนุ่มในชุดเสื้อกั๊กดำทับเชิ้ตขาวเชื้อเชิญเขาเข้าไปในตัวโรงแรม พลางชี้ทางที่เคาน์เตอร์จองห้องตั้งไว้

คลาวด์เดินนำเข้าไปหน้าเคาน์เตอร์ รู้สึกเหมือนมีอะไรสะกิดใจแต่ก็นึกไม่ออก เขาจำได้ว่าเคยมาโรงแรมนี้และพักอยู่คืนนึงเพื่อมาซื้อของให้กับผู้ชายคนหนึ่ง และตอนนั้นเขาก็ได้มงกุฏเพชรสำหรับปลอมตัวมาแทน ชายหนุ่มทำหน้ายู่ยี่เมื่อจำได้ว่าเจ้าคีย์ไอเท็มเหล่านั้นยังคงอยู่ในกระเป๋าเก็บของข้างตัวเขา

พนักงานต้อนรับเงยหน้าขึ้นมาทักทายเขา ก่อนจะถามว่าต้องการจองห้องกี่ห้อง และเมื่อคลาวด์บอกว่าห้องเดียว อีกฝ่ายก็ชะงักไป ชายหนุ่มผมบลอนด์ขมวดคิ้ว นี่เขาไม่ได้พักที่นี่แค่สองปี ไหงพนักงานถึงได้หยาบคายกันขึ้นทุกคนนะ จริงๆแล้วเขามีเงินจากการปราบมอนสเตอร์รายทางซะจนเช่าห้องพักคนละห้องก็ได้ แต่เขาคิดอยากอัพเกรดมอเตอร์ไซด์ของเขาอีกซักหน่อย และซิดก็บอกว่าค่าอะไหล่ของเฟนเรียร์แพงหูฉี่อย่างที่คลาวด์นึกไม่ถึง

รับกุญแจจากพนักงานมา คลาวด์สาวเท้าเดินขึ้นบันไดไปบนห้องพัก เขาอยากรีบๆแลกเปลี่ยนข้อมูลที่แต่ละคนไปสืบได้มา แล้วจะได้เข้านอนซักที เพราะตลอดทั้งคืนเขาต้องอยู่ดื่มเหล้าเป็นเพื่อนบรรดาสาวๆที่ริชควงด้วย ฟังดูเหมือนเป็นเรื่องน่าโชคดีของผู้ชาย ถ้าเผอิญว่าพวกสาวๆเหล่านั้นไม่ได้เมาร้องไห้อาละวาดจะตบกันให้เขาต้องห้ามศึกบ่อยๆ หรืออาเจียนเรี่ยราดอย่างหมดสวยบนพื้นพรมของร้าน

ริเน็ตต้า...เรตต้าหรืออะไรซักอย่าง หล่อนบอกชื่อเขาด้วยเสียงอ้อแอ้ ผิวสีน้ำผึ้ง สูบบุหรี่จัด ถ้าเขาไม่ได้มีปอดของโซลเย่อร์ก็คงสำลักควันตายเมื่อนั่งข้างๆ 'ริชน่ะเหรอ' หล่อนบิดปากขึ้นยิ้มเหน็บแนม 'ใช้บริการชั้นครั้งสุดท้ายก็เมื่อสองเดือนก่อนน่ะแหล่ะ แล้วก็หายหัวไปซุกอยู่ในหว่างขาเด็กหนุ่มๆ เหอะ ไอ้คนรวยๆมันก็วิปริตกันซะอย่างนี้ล่ะ' หล่อนบอกเขาพลางกระดกเหล้าราคาแพงที่เขาเลี้ยงเป็นค่าเปิดปาก 'เห็นว่ารอบนี้ไปไอ้งานเลี้ยงนั่นก็พาเด็กหนุ่มๆไปสองสามคน แล้วก็พายัยเด็กเอเชียที่เพิ่งเข้ามาใหม่ติดไปด้วย แต่ก็อย่างว่าล่ะนะ งานนั้นน่ะห้ามพวกโฮโม ไม่งั้นยัยนั่นคงไม่ถูกพาไปด้วยหรอก ตัวก็กระเปี๊ยกเดียว แถมหุ่นก็แบนเหมือนไม้กระดาน'

'หนทางติดต่อรัชหรือยัยเด็กนั่นน่ะเหรอ? ไม่มีหรอก ไม่รู้สิ ชั้นไม่มีเบอร์ของรัชหรอกนะ เพราะปกติเวลาเค้าจะใช้บริการ เค้าจะส่งรถลากมารับตัวชั้นไปน่ะ ส่วนเบอร์ของยัยเด็กนั่น? ไม่มีหรอกโทรศัพท์ จะใช้ไปทำไมกันล่ะ พวกเราไม่เคยต้องออกไปไหนไกลๆอยู่แล้วนี่'

เขาถอนหายใจเฮือก หัวเบลอมัวไปด้วยฤทธิ์ของแอลกอฮอล์ ถึงแม้ว่าโซลเย่อร์จะมีระบบเผาผลาญที่ดีเยี่ยม แต่การที่ไม่มีอะไรตกถึงท้องมาตลอดสองวันแล้วไปดื่มวอดก้าเข้าไปขวดนึงเต็มๆคงไม่ใช่สิ่งที่ดีนัก และเมื่อเปิดห้องเข้าไป เรโน่ก็วิ่งแทรกผ่านเขากับกรอบประตูโถมตัวเข้าใส่เตียงใหญ่ซึ่งดูน่าสะดวกสบาย ปัญหาคือ มันมีอยู่แค่เตียงเดียวในห้อง

บางอย่างในหัวของเขาคลิ๊กราวกับตัวต่อที่ประสานเข้ากันพอดี

ที่นี่เปลี่ยนเป็นโรงแรมม่านรูดเต็มตัวแล้ว และที่พนักงานทำท่าตกอกตกใจก็เป็นเพราะเข้าใจผิดว่าพวกเขาสามคน...

คลาวด์ซบหน้าลงบนฝ่ามือ นี่เขาถูกมองว่าเป็น...เป็น โอ้ ศิวะ เสร็จธุระแล้วเขาคงไม่กล้าเสนอหน้ามาวอลล์มาร์เก็ตอีกนาน

........................

วินเซนต์มองเพื่อนร่วมรบผมบลอนด์ของเขาแล้วก็อดรู้สึกผิดเล็กๆไม่ได้ที่ลืมบอกอีกฝ่ายไปว่าตอนนี้โรงแรมแบ่งออกเป็นสองโซนแล้ว เขาคิดว่าโรงแรมก็คือโรงแรม มันเป็นเพียงแค่ที่พักจึงไม่ได้ขัดอะไรเมื่อชายหนุ่มเดินนำพาเข้าส่วนที่เป็นม่านรูดไป

"ชั้น....ออกไปหาน้ำดื่มก่อนนะ" ไม่ทันที่เขาจะได้บอกอีกฝ่ายว่าภายในห้องก็มีตู้เย็น เจ้าของรังสีมาคุขนาดหลุมดำย่อมๆก็เดินออกไปแล้ว ชายหนุ่มจึงเลือกที่จะเดินไปนั่งบนเตียงใหญ่ที่มีชายหนุ่มผมแดงกลิ้งเกลือกอยู่บนนั้นแทน

"เรโน่ นายได้ข้อมูลอะไรมาบ้าง?" เขาหันไปถามอย่างมีความหวัง ตัวเขานอกจากถูกชวนขึ้นเตียงแล้วก็ไม่ได้อะไรมาเลย

คนถูกถามเงยหน้าขึ้นมา "เออใช่ ชั้นได้รายละเอียดเกี่ยวกับสถานขายบริการที่เจ้านั่นไปใช้มาน่ะ นายมีปากกามั๊ย?" เมื่อวินเซนต์ส่ายหัว ชายหนุ่มผมแดงก็พลิกตัวขึ้นมานั่ง แล้วค้นในลิ้นชักข้างเตียง "ให้ตายสิ" เขายิ้มเจ้าเล่ห์ "บริการดีจริงจริ๊ง" โยนเจลหล่อลื่นกับถุงยางอนามัยลงบนเตียงให้ชายหนุ่มผมดำดู "แต่ไม่มีปากกาแฮะ"

สมาชิคกลุ่มทาส์คปีนขึ้นไปบนเตียงก่อนจะพยายามเปิดประตูตู้ใส่ของที่อยู่เหนือหัวเตียง "ล๊อค?" เขาได้ยินเสียงของร่างในชุดคลุมสีแดงถามมาจากด้านหลัง เรโน่ส่ายหัว "เปล่า เปิดได้ แต่ไม่รู้ว่าติดอะไรแฮะ"

มือของวินเซนต์เอื้อมผ่านไหล่อีกฝ่ายเข้ามากุมที่จับ ก่อนจะดึง ทว่าไม่ประสบความสำเร็จเพราะเหมือนมีอะไรติดอยู่อย่างที่เรโน่บอก เขาลองกระชากสองสามที และเมื่อได้ผลเหมือนเดิม คราวนี้เขากระชากมันออกเต็มแรง

ของที่อัดแน่นอยู่ในนั้นโถมทะลักออกมาอย่างรวดเร็วซะจนหน้าด่านอย่างเรโน่ผละถอยหลังออกมา และเมื่อชนเข้ากับวินเซนต์ พวกเขาก็หงายหลังลงไปบนเตียงด้วยกัน

"นั่นมันบ้าอะ- -" เสียงเรโน่ชะงักไปเมื่อคลาวด์เปิดประตูเข้ามา แล้วทำกระป๋องน้ำอัดลมร่วงลงไปกับพื้นทันทีที่เห็นภาพตรงหน้า

ชายหนุ่มเพื่อนร่วมทางของเขานอนอยู่บนเตียง โดยที่เรโน่คร่อมวินเซนต์ไว้ครึ่งตัว รอบข้างของทั้งสองกระจัดกระจายไปด้วย...ของเล่นผู้ใหญ่ มากมายและแปลกพิสดารอย่างที่คลาวด์ไม่เคยได้เห็นมาก่อน

ไวเบรเตอร์สีม่วงขนาดเท่าแขนเด็กกลิ้งมาแตะปลายเท้าของเขาน่ะแหล่ะ คลาวด์ถึงจะได้สติ เลิกอ้าปากค้างกับเหตุการณ์ตรงหน้า "เอ้อ..ค..คือ" ใบหน้าของเขาแดงจัด "ชั้นว่าชั้นจะออกไปหาข่าวอีกหน่อย ไม่รบกวนแล้วล่ะ!" พูดแค่นั้นชายหนุ่มผมบลอนด์ก็ออกไปจากห้องอย่างรวดเร็วราวกลับมีคาออสวิ่งไล่หลังมา

ในขณะที่เรโน่หยิบดิลโด้ที่มีรูปร่างคล้ายๆกับไม้แขวนเสื้อครึ่งตัวแต่มีปุ่มกลมๆใหญ่ๆตรงปลายขึ้นมาดูอย่างสนอกสนใจ วินเซนต์หยิบค๊อคริงส์ออกจากอกของเขา ทำหน้าละเหี่ยเมื่อคิดว่าจะหาคำอธิบายยังไงดีไม่ให้คลาวด์เข้าใจอย่างที่อีกฝ่ายเห็น แต่เมื่อหาข้ออ้างดีๆไม่ได้ เขาก็เลือกที่จะปิดปากเงียบสนิทเกี่ยวกับเหตุการณ์นี้ นึกในทางที่ดีว่าอย่างน้อยคู่กรณีของเขาก็เป็นเรโน่ ไม่ใช่รู๊ด

++++++++++++++++++++

ร่างทดลองของเขานอนอยู่บนเตียงขณะที่เขาเดินวนรอบๆห้องตรวจเช็คมอนิเตอร์แสดงผลของสัตว์ทดลองในหลอดแก้วนัมเบอร์ที่เพิ่งบรรจุเข้ามา โฮโจบันทึกผลลงในตาราง ดูเหมือนว่าการเคลื่อนย้ายจะส่งผลกระทบต่อระยะฟักของมอนสเตอร์พวกนี้

เสียงสำลักครืดเครือจากลำคอทำให้นักวิทยาศาสตร์ในเสื้อกาวน์หันกลับไป ณ ใจกลางห้อง เด็กหนุ่มซึ่งนอนอยู่บนเตียงขยับร่างน้อยๆ ไอเสียงแหบๆออกมา ก่อนจะพลิกร่างและตกลงไปจากเตียงสแตนเลสเสียงดังพลั่ก ร่างเปลือยที่มีบ๊อกเซอร์ติดอยู่ที่สะโพกแค่ตัวเดียวกองอยู่กับพื้น เขาคำรามอย่างขัดใจแล้วเดินเข้าไปช้อนร่างที่ได้สติอยู่แค่เลือนลางขึ้นไปวางไว้บนเตียงอีกครั้ง ก่อนจะติดลีดตามตัวเพื่อให้คอมพิวเตอร์บันทึกผลสภาพร่างกายขณะรู้สึกตัว

เมื่อหยิบเข็มออกมา เจ้าของผมสีน้ำตาลแดงก็หดตัวอย่างหวาดกลัว เขาจับแนวสันกรามของเด็กหนุ่มแล้วบีบจนอีกฝ่ายร้องด้วยความตกใจ แล้วพลิกหน้าหันมาให้ตาคู่นั้นประสานกับเขา "อยู่นิ่งๆ" ดูเหมือนกับว่าคำขู่ที่ไม่ได้บอกออกไปจะได้ผล ฉับพลัน ร่างทดลองของเขาแข็งทื่อราวกับโดนวางยา มีเพียงดวงตาที่เบิกกว้างด้วยความหวาดกลัวเท่านั้นที่บอกว่าร่างนั้นยังมีชีวิตอยู่

สายยางนิ่มยาวฟุตนึงถูกรัดไว้ที่ต้นแขนผอมๆจนเส้นเลือดสีน้ำเงินปรากฏขึ้นตรงบริเวณข้อพับ โฮโจใช้สำลีชุบแอลกอฮอล์เช็ดพื้นที่บริเวณนั้นแล้วสอดเข็มเข้าไป ก่อนจะดึงก้านกระบอกสูบให้เลือดสีแดงเข้มไหลตามเข้ามาในหลอด เมื่อได้เลือดพอที่จะเก็บไว้ตรวจเช็ค เขาก็ดึงเข็มออกแล้วหยิบยูนิฟอร์มบนพื้นโยนลงบนตักของเด็กหนุ่ม

"ใส่ซะ แล้วออกไปจากห้องนี้ภายในสิบนาที" เขาบอก แล้วเดินเข้าไปในห้องอีกห้องหนึ่งซึ่งอยู่ลึกเข้าไปโดยที่ไม่ได้รอดูแดนเซลที่พยายามใส่เสื้อผ้าด้วยมือสั่นเทา และตะเกียกตะกายออกจากห้องไปเป็นหมดสติอีกครั้งอยู่ที่ระเบียงด้านนอก

+++++++++++++++++++++++++