Title : Tension is Passion (18/?)
Author : Hyperkaoru
Fandom : FFVII
+++++++++++++++++++
"ส...สามคนเหรอครับ?" พนักงานเรียกแขกหน้าโรงแรมพูดตะกุกตะกักเหมือนสำลักอะไรบางอย่างในคอ แต่แล้วรอยยิ้มแบบธุรกิจก็ครอบคลุมสีหน้าตกใจได้อย่างเนียนสนิท ชายหนุ่มในชุดเสื้อกั๊กดำทับเชิ้ตขาวเชื้อเชิญเขาเข้าไปในตัวโรงแรม พลางชี้ทางที่เคาน์เตอร์จองห้องตั้งไว้
คลาวด์เดินนำเข้าไปหน้าเคาน์เตอร์ รู้สึกเหมือนมีอะไรสะกิดใจแต่ก็นึกไม่ออก เขาจำได้ว่าเคยมาโรงแรมนี้และพักอยู่คืนนึงเพื่อมาซื้อของให้กับผู้ชายคนหนึ่ง และตอนนั้นเขาก็ได้มงกุฏเพชรสำหรับปลอมตัวมาแทน ชายหนุ่มทำหน้ายู่ยี่เมื่อจำได้ว่าเจ้าคีย์ไอเท็มเหล่านั้นยังคงอยู่ในกระเป๋าเก็บของข้างตัวเขา
พนักงานต้อนรับเงยหน้าขึ้นมาทักทายเขา ก่อนจะถามว่าต้องการจองห้องกี่ห้อง และเมื่อคลาวด์บอกว่าห้องเดียว อีกฝ่ายก็ชะงักไป ชายหนุ่มผมบลอนด์ขมวดคิ้ว นี่เขาไม่ได้พักที่นี่แค่สองปี ไหงพนักงานถึงได้หยาบคายกันขึ้นทุกคนนะ จริงๆแล้วเขามีเงินจากการปราบมอนสเตอร์รายทางซะจนเช่าห้องพักคนละห้องก็ได้ แต่เขาคิดอยากอัพเกรดมอเตอร์ไซด์ของเขาอีกซักหน่อย และซิดก็บอกว่าค่าอะไหล่ของเฟนเรียร์แพงหูฉี่อย่างที่คลาวด์นึกไม่ถึง
รับกุญแจจากพนักงานมา คลาวด์สาวเท้าเดินขึ้นบันไดไปบนห้องพัก เขาอยากรีบๆแลกเปลี่ยนข้อมูลที่แต่ละคนไปสืบได้มา แล้วจะได้เข้านอนซักที เพราะตลอดทั้งคืนเขาต้องอยู่ดื่มเหล้าเป็นเพื่อนบรรดาสาวๆที่ริชควงด้วย ฟังดูเหมือนเป็นเรื่องน่าโชคดีของผู้ชาย ถ้าเผอิญว่าพวกสาวๆเหล่านั้นไม่ได้เมาร้องไห้อาละวาดจะตบกันให้เขาต้องห้ามศึกบ่อยๆ หรืออาเจียนเรี่ยราดอย่างหมดสวยบนพื้นพรมของร้าน
ริเน็ตต้า...เรตต้าหรืออะไรซักอย่าง หล่อนบอกชื่อเขาด้วยเสียงอ้อแอ้ ผิวสีน้ำผึ้ง สูบบุหรี่จัด ถ้าเขาไม่ได้มีปอดของโซลเย่อร์ก็คงสำลักควันตายเมื่อนั่งข้างๆ 'ริชน่ะเหรอ' หล่อนบิดปากขึ้นยิ้มเหน็บแนม 'ใช้บริการชั้นครั้งสุดท้ายก็เมื่อสองเดือนก่อนน่ะแหล่ะ แล้วก็หายหัวไปซุกอยู่ในหว่างขาเด็กหนุ่มๆ เหอะ ไอ้คนรวยๆมันก็วิปริตกันซะอย่างนี้ล่ะ' หล่อนบอกเขาพลางกระดกเหล้าราคาแพงที่เขาเลี้ยงเป็นค่าเปิดปาก 'เห็นว่ารอบนี้ไปไอ้งานเลี้ยงนั่นก็พาเด็กหนุ่มๆไปสองสามคน แล้วก็พายัยเด็กเอเชียที่เพิ่งเข้ามาใหม่ติดไปด้วย แต่ก็อย่างว่าล่ะนะ งานนั้นน่ะห้ามพวกโฮโม ไม่งั้นยัยนั่นคงไม่ถูกพาไปด้วยหรอก ตัวก็กระเปี๊ยกเดียว แถมหุ่นก็แบนเหมือนไม้กระดาน'
'หนทางติดต่อรัชหรือยัยเด็กนั่นน่ะเหรอ? ไม่มีหรอก ไม่รู้สิ ชั้นไม่มีเบอร์ของรัชหรอกนะ เพราะปกติเวลาเค้าจะใช้บริการ เค้าจะส่งรถลากมารับตัวชั้นไปน่ะ ส่วนเบอร์ของยัยเด็กนั่น? ไม่มีหรอกโทรศัพท์ จะใช้ไปทำไมกันล่ะ พวกเราไม่เคยต้องออกไปไหนไกลๆอยู่แล้วนี่'
เขาถอนหายใจเฮือก หัวเบลอมัวไปด้วยฤทธิ์ของแอลกอฮอล์ ถึงแม้ว่าโซลเย่อร์จะมีระบบเผาผลาญที่ดีเยี่ยม แต่การที่ไม่มีอะไรตกถึงท้องมาตลอดสองวันแล้วไปดื่มวอดก้าเข้าไปขวดนึงเต็มๆคงไม่ใช่สิ่งที่ดีนัก และเมื่อเปิดห้องเข้าไป เรโน่ก็วิ่งแทรกผ่านเขากับกรอบประตูโถมตัวเข้าใส่เตียงใหญ่ซึ่งดูน่าสะดวกสบาย ปัญหาคือ มันมีอยู่แค่เตียงเดียวในห้อง
บางอย่างในหัวของเขาคลิ๊กราวกับตัวต่อที่ประสานเข้ากันพอดี
ที่นี่เปลี่ยนเป็นโรงแรมม่านรูดเต็มตัวแล้ว และที่พนักงานทำท่าตกอกตกใจก็เป็นเพราะเข้าใจผิดว่าพวกเขาสามคน...
คลาวด์ซบหน้าลงบนฝ่ามือ นี่เขาถูกมองว่าเป็น...เป็น โอ้ ศิวะ เสร็จธุระแล้วเขาคงไม่กล้าเสนอหน้ามาวอลล์มาร์เก็ตอีกนาน
........................
วินเซนต์มองเพื่อนร่วมรบผมบลอนด์ของเขาแล้วก็อดรู้สึกผิดเล็กๆไม่ได้ที่ลืมบอกอีกฝ่ายไปว่าตอนนี้โรงแรมแบ่งออกเป็นสองโซนแล้ว เขาคิดว่าโรงแรมก็คือโรงแรม มันเป็นเพียงแค่ที่พักจึงไม่ได้ขัดอะไรเมื่อชายหนุ่มเดินนำพาเข้าส่วนที่เป็นม่านรูดไป
"ชั้น....ออกไปหาน้ำดื่มก่อนนะ" ไม่ทันที่เขาจะได้บอกอีกฝ่ายว่าภายในห้องก็มีตู้เย็น เจ้าของรังสีมาคุขนาดหลุมดำย่อมๆก็เดินออกไปแล้ว ชายหนุ่มจึงเลือกที่จะเดินไปนั่งบนเตียงใหญ่ที่มีชายหนุ่มผมแดงกลิ้งเกลือกอยู่บนนั้นแทน
"เรโน่ นายได้ข้อมูลอะไรมาบ้าง?" เขาหันไปถามอย่างมีความหวัง ตัวเขานอกจากถูกชวนขึ้นเตียงแล้วก็ไม่ได้อะไรมาเลย
คนถูกถามเงยหน้าขึ้นมา "เออใช่ ชั้นได้รายละเอียดเกี่ยวกับสถานขายบริการที่เจ้านั่นไปใช้มาน่ะ นายมีปากกามั๊ย?" เมื่อวินเซนต์ส่ายหัว ชายหนุ่มผมแดงก็พลิกตัวขึ้นมานั่ง แล้วค้นในลิ้นชักข้างเตียง "ให้ตายสิ" เขายิ้มเจ้าเล่ห์ "บริการดีจริงจริ๊ง" โยนเจลหล่อลื่นกับถุงยางอนามัยลงบนเตียงให้ชายหนุ่มผมดำดู "แต่ไม่มีปากกาแฮะ"
สมาชิคกลุ่มทาส์คปีนขึ้นไปบนเตียงก่อนจะพยายามเปิดประตูตู้ใส่ของที่อยู่เหนือหัวเตียง "ล๊อค?" เขาได้ยินเสียงของร่างในชุดคลุมสีแดงถามมาจากด้านหลัง เรโน่ส่ายหัว "เปล่า เปิดได้ แต่ไม่รู้ว่าติดอะไรแฮะ"
มือของวินเซนต์เอื้อมผ่านไหล่อีกฝ่ายเข้ามากุมที่จับ ก่อนจะดึง ทว่าไม่ประสบความสำเร็จเพราะเหมือนมีอะไรติดอยู่อย่างที่เรโน่บอก เขาลองกระชากสองสามที และเมื่อได้ผลเหมือนเดิม คราวนี้เขากระชากมันออกเต็มแรง
ของที่อัดแน่นอยู่ในนั้นโถมทะลักออกมาอย่างรวดเร็วซะจนหน้าด่านอย่างเรโน่ผละถอยหลังออกมา และเมื่อชนเข้ากับวินเซนต์ พวกเขาก็หงายหลังลงไปบนเตียงด้วยกัน
"นั่นมันบ้าอะ- -" เสียงเรโน่ชะงักไปเมื่อคลาวด์เปิดประตูเข้ามา แล้วทำกระป๋องน้ำอัดลมร่วงลงไปกับพื้นทันทีที่เห็นภาพตรงหน้า
ชายหนุ่มเพื่อนร่วมทางของเขานอนอยู่บนเตียง โดยที่เรโน่คร่อมวินเซนต์ไว้ครึ่งตัว รอบข้างของทั้งสองกระจัดกระจายไปด้วย...ของเล่นผู้ใหญ่ มากมายและแปลกพิสดารอย่างที่คลาวด์ไม่เคยได้เห็นมาก่อน
ไวเบรเตอร์สีม่วงขนาดเท่าแขนเด็กกลิ้งมาแตะปลายเท้าของเขาน่ะแหล่ะ คลาวด์ถึงจะได้สติ เลิกอ้าปากค้างกับเหตุการณ์ตรงหน้า "เอ้อ..ค..คือ" ใบหน้าของเขาแดงจัด "ชั้นว่าชั้นจะออกไปหาข่าวอีกหน่อย ไม่รบกวนแล้วล่ะ!" พูดแค่นั้นชายหนุ่มผมบลอนด์ก็ออกไปจากห้องอย่างรวดเร็วราวกลับมีคาออสวิ่งไล่หลังมา
ในขณะที่เรโน่หยิบดิลโด้ที่มีรูปร่างคล้ายๆกับไม้แขวนเสื้อครึ่งตัวแต่มีปุ่มกลมๆใหญ่ๆตรงปลายขึ้นมาดูอย่างสนอกสนใจ วินเซนต์หยิบค๊อคริงส์ออกจากอกของเขา ทำหน้าละเหี่ยเมื่อคิดว่าจะหาคำอธิบายยังไงดีไม่ให้คลาวด์เข้าใจอย่างที่อีกฝ่ายเห็น แต่เมื่อหาข้ออ้างดีๆไม่ได้ เขาก็เลือกที่จะปิดปากเงียบสนิทเกี่ยวกับเหตุการณ์นี้ นึกในทางที่ดีว่าอย่างน้อยคู่กรณีของเขาก็เป็นเรโน่ ไม่ใช่รู๊ด
++++++++++++++++++++
ร่างทดลองของเขานอนอยู่บนเตียงขณะที่เขาเดินวนรอบๆห้องตรวจเช็คมอนิเตอร์แสดงผลของสัตว์ทดลองในหลอดแก้วนัมเบอร์ที่เพิ่งบรรจุเข้ามา โฮโจบันทึกผลลงในตาราง ดูเหมือนว่าการเคลื่อนย้ายจะส่งผลกระทบต่อระยะฟักของมอนสเตอร์พวกนี้
เสียงสำลักครืดเครือจากลำคอทำให้นักวิทยาศาสตร์ในเสื้อกาวน์หันกลับไป ณ ใจกลางห้อง เด็กหนุ่มซึ่งนอนอยู่บนเตียงขยับร่างน้อยๆ ไอเสียงแหบๆออกมา ก่อนจะพลิกร่างและตกลงไปจากเตียงสแตนเลสเสียงดังพลั่ก ร่างเปลือยที่มีบ๊อกเซอร์ติดอยู่ที่สะโพกแค่ตัวเดียวกองอยู่กับพื้น เขาคำรามอย่างขัดใจแล้วเดินเข้าไปช้อนร่างที่ได้สติอยู่แค่เลือนลางขึ้นไปวางไว้บนเตียงอีกครั้ง ก่อนจะติดลีดตามตัวเพื่อให้คอมพิวเตอร์บันทึกผลสภาพร่างกายขณะรู้สึกตัว
เมื่อหยิบเข็มออกมา เจ้าของผมสีน้ำตาลแดงก็หดตัวอย่างหวาดกลัว เขาจับแนวสันกรามของเด็กหนุ่มแล้วบีบจนอีกฝ่ายร้องด้วยความตกใจ แล้วพลิกหน้าหันมาให้ตาคู่นั้นประสานกับเขา "อยู่นิ่งๆ" ดูเหมือนกับว่าคำขู่ที่ไม่ได้บอกออกไปจะได้ผล ฉับพลัน ร่างทดลองของเขาแข็งทื่อราวกับโดนวางยา มีเพียงดวงตาที่เบิกกว้างด้วยความหวาดกลัวเท่านั้นที่บอกว่าร่างนั้นยังมีชีวิตอยู่
สายยางนิ่มยาวฟุตนึงถูกรัดไว้ที่ต้นแขนผอมๆจนเส้นเลือดสีน้ำเงินปรากฏขึ้นตรงบริเวณข้อพับ โฮโจใช้สำลีชุบแอลกอฮอล์เช็ดพื้นที่บริเวณนั้นแล้วสอดเข็มเข้าไป ก่อนจะดึงก้านกระบอกสูบให้เลือดสีแดงเข้มไหลตามเข้ามาในหลอด เมื่อได้เลือดพอที่จะเก็บไว้ตรวจเช็ค เขาก็ดึงเข็มออกแล้วหยิบยูนิฟอร์มบนพื้นโยนลงบนตักของเด็กหนุ่ม
"ใส่ซะ แล้วออกไปจากห้องนี้ภายในสิบนาที" เขาบอก แล้วเดินเข้าไปในห้องอีกห้องหนึ่งซึ่งอยู่ลึกเข้าไปโดยที่ไม่ได้รอดูแดนเซลที่พยายามใส่เสื้อผ้าด้วยมือสั่นเทา และตะเกียกตะกายออกจากห้องไปเป็นหมดสติอีกครั้งอยู่ที่ระเบียงด้านนอก
+++++++++++++++++++++++++