Title : Tension is Passion (16/?)
Author : Hyperkaoru
Fandom : FFVII
+++++++++++++++++++
"โอเค แล้วจากนั้นนายก็พลิกมันมาวางไว้ระหว่างแขนขวากับลำตัว" อีธานสาธิตให้เด็กหนุ่มที่เพิ่งเข้ามาใหม่ดู "จากนั้นก็ตบส้นเท้า" เสียงของแผ่นเหล็กที่ติดไว้ข้างส้นรองเท้าดังขึ้นเมื่อเจ้าของเส้นผมสีดำทำอย่างที่พูด "แค่นี้แหล่ะคือท่ายืนตรง"
แดนเซลถือปืนโมเดลที่เอาไว้ฝึกอย่างเก้ๆกังๆ ชุดทหารฝึกหัดไซส์เล็กที่สุดเท่าที่คุณเส็งจะหาได้ยังหลวมโครกบนตัวของเขา ขนาดแม้แต่ถุงมือยังเกือบๆจะหลุดทุกครั้งที่เขาเหวี่ยงปืน "ขวา ตบเท้า ตรง" เขากระแทกส้นเท้าเข้าหากันอย่างแรงเพราะกลัวว่ามันจะไม่มีเสียงคลิ๊กอย่างรูมเมท ทว่าดูเหมือนจะตั้งใจไปหน่อยเท้าในรองเท้าบู๊ทจึงสั่นระริกไปด้วยแรงสะเทือน "อย่างงี้ใช่มั๊ย?"
เด็กหนุ่มผมดำยิ้มกว้าง "อย่างงั้นแหล่ะ คราวนี้ก็ลองท่าระเบียบพัก นายใช้สองมือดึงปืนออกมาจากท่าตรงขึ้นมาข้างหน้าอย่างนี้ จากนั้นก็เหวี่ยงไปข้างๆพร้อมกับแยกเท้า"
"สองมือดึงปืน" เขาลองทำตามอีกฝ่าย แต่เมื่อจบตรงท่าพัก ปืนก็ลอยอยู่เหนือพื้นไม่เหมือนที่อีกฝ่ายทำเมื่อครู่
"ไม่ๆ นายต้องเอามือซ้ายจับปากกระบอกปืนสิ" เขาสาธิตให้เด็กหนุ่มร่างเล็กกว่าดูอีกรอบ "พอเหวี่ยงออกไปปืนจะได้พักอยู่บนพื้นพอดีไงล่ะ"
"โอเค" แดนเซลกลับมาท่ายืนตรงอีกครั้ง ก่อนจะใช้สองมือดึงปืนออกไปข้างหน้า คราวนี้เขาใช้มือซ้ายจับบริเวณปากกระบอกปืน และเมื่อเหวี่ยงแขนออกไป มันก็ไปชนกับอะไรซักอย่างก่อนที่เขาจะทำท่าระเบียบพักได้อย่างสมบูรณ์
อะไรซักอย่างกลายเป็นใครซักคนเมื่อมือของแดนเซลถูกปัดออก และเมื่อหันไปมอง เขาก็เห็นเด็กหนุ่มอายุราวๆสิบห้าสิบหกซึ่งมีท่าทีไม่สบอารมณ์ แดนเซลรีบดึงปืนโมเดลกลับมาไว้ข้างตัว ก่อนจะก้มหัวขอโทษขอโพย ทว่าดูเหมือนคนถูกชนจะไม่รู้สึกพอใจกับแค่นั้น "เฮ้ย เจ้าเปี๊ยก นายกล้าดียังไงมาหาเรื่องชั้นน่ะ"
อีธานดึงเด็กหนุ่มที่มาใหม่หลบไว้ด้านหลังของตัวเอง "เจราโน่ พวกชั้นกำลังฝึกกันอยู่ นายเองน่ะแหล่ะที่ไม่ดูตาม้าตาเรือเดินมากีดขวางการฝึกซ้อมของพวกเรา" น้ำเสียงของเขาเปิดเผยความไม่เป็นมิตรอย่างชัดเจน
เจ้าของผมสีทรายเชิดคางขึ้น มองต่ำลงมายังคนทั้งคู่ด้วยสายตาดูถูก ริมฝีปากบางเหยียดยิ้ม "อ้าห์ นั่นคงจะเป็นลูกหมาตัวใหม่ของนายสินะ สลัดไอ้ขี้แพ้นาเฟียที่อยู่กลุ่มสองไปแล้วงั้นเรอะ?"
ปืนโมเดลพุ่งเข้าใส่เจราโน่ซึ่งเอียงหัวหลบได้อย่างฉิวเฉียว "ไอ้คนอวดดี!" อีธานคำราม "นาเฟียไม่ใช่คนขี้แพ้ แล้วแดนเซลก็เป็นเพื่อนชั้น!" ก่อนที่กำปั้นลุ่นๆจะปลิวตามปืนออกไป
ท่อนแขนของเด็กหนุ่มซึ่งเป็นอันดับหนึ่งในคลาสยกขึ้นมาบล๊อคหมัดไว้ได้ทัน เจราโน่พลิกตัวฟันสันมือใส่คู่ปรับ เด็กหนุ่มผมดำถีบเท้าลงบนพื้นกระโดดถอยออกมาได้ และเมื่อจะพุ่งเข้าไปพันตูอีกครั้ง ด้านหลังชุดยูนิฟอร์มของเขาก็ถูกดึงไว้ อีธานหันไปมองรูมเมทที่ยึดเสื้อของเขา "อย่า! อีธาน" แดนเซลพูดห้ามเพราะไม่อยากให้อีกฝ่ายมีเรื่องกับคนอื่นเพราะเขา
และก่อนที่อีธานจะได้พูดอะไร เสียงของครูฝึกก็ดังขึ้น "เฮ้! ตรงนั้นน่ะมีเรื่องอะไรกัน" ร่างบึกบึนในยูนิฟอร์มสีแดงแหวกบรรดาทหารฝึกหัดที่มุงดูการวิวาทเข้ามา หน้าตาเขาบึ้งตึงเมื่อพบว่าต้นเหตุเป็นใคร "ริตตัน!" เขามองเด็กหนุ่มผมดำด้วยสายตาเข้มงวด "ชั้นบอกแล้วไงว่าไม่ให้หาเรื่องกับแวนเดล"
"ก็หมอนั่นมาหาเรื่องรูมเมทของผมก่อนนี่ฮะ!" อีธานฟ้องพลางส่งสายตาเกลียดชังให้คู่ต่อสู้
ครูฝึกร่างใหญ่แทบแยกเขี้ยว ปวดประสาทเมื่อพบว่ารูมเมทของอีธานคือเด็กที่คุณเส็งบอกว่าท่านประธานฝากเข้ามาเอง เขารู้ดีว่าริตตันเป็นเด็กเลือดร้อน โดยเฉพาะเวลาที่ปกป้องเพื่อนๆ และยิ่งเกี่ยวกับแวนเดลซึ่งเป็นนักเรียนอันดับหนึ่งของเขาแล้วยิ่งเข้าไปใหญ่ ทว่าถ้าแวนเดลหาเรื่องเด็กใหม่คนนั้นจริงๆเขาก็คงจะเพิกเฉยไม่ได้ เพราะคุณเส็งกำชับนักกำชับหนาว่าให้ดูแลเด็กคนนี้เป็นพิเศษ "แวนเดล วันนี้นายเข้าเวรเร็วขึ้นชั่วโมงนึงเป็นการลงโทษ" ถ้าเป็นเด็กคนอื่นโทษแบบนี้คงเป็นเรื่องปกติ แต่สำหรับแวนเดลซึ่งไม่เคยได้รับการลงโทษเลยตั้งแต่เข้ามาเป็นอีกเรื่องหนึ่ง
เด็กหนุ่มผมสีทรายทำท่าไม่พอใจ แต่ก็พยักหน้าตอบรับโทษ ดวงตาสีเทาตวัดมองเด็กหนุ่มคู่กรณีทั้งสองพลางกระซิบคำขู่ลอดไรฟัน 'ฝากไว้ก่อนเหอะ เจ้าลูกหมา' แล้วก็เดินออกไปยังกลุ่มเด็กหนุ่มที่ส่งสายตาไม่เป็นมิตรมาให้แก่คนทั้งสองเหมือนกัน
"ส่วนเธอ สไตรฟ์" แดนเซลสะดุ้งเมื่อคิดว่าเขาจะได้รับโทษตั้งแต่วันแรกที่เข้ามา แต่แล้วก็ต้องถอนหายใจเมื่อไม่ใช่อย่างที่คิด "เธอมีตรวจร่างกายแรกเข้าตอนช่วงบ่ายกับด๊อกเตอร์รัช"
อีธานรอจนครูฝึกเดินไปจากระยะที่จะได้ยินแล้วจึงตบไหล่รูมเมท ยิ้มอย่างภาคภูมิใจ "ให้ตายสิวะ แดนเซล นายนี่ท่าจะเส้นใหญ่ของแท้ ขนาดเจ้าเจราโน่ที่ร้อยวันพันปีไม่เคยถูกลงโทษยังโดนเลย พนันได้ว่าบิ๊กด๊อกครูฝึกของเราต้องลงโทษมันเพราะเกรงใจคนคุ้มหัวนายแหง" เด็กหนุ่มผมดำหัวเราะร่า ทว่าแดนเซลไม่รู้สึกยินดีเลยซักนิด เขาไม่อยากสร้างศัตรู แต่ดูเหมือนเขาจะมีแน่ๆแล้วคนนึงเรียบร้อย
++++++++++++++++++++
"นายไม่คิดเหรอว่ามันแปลก ชั้นหมายความว่า เมื่อกี้ยัยผมแดงยังร้องโอดโอยอย่างกับโดนยิงท้องทะลุอยู่เลย อีกสิบวิต่อมาเจ้าหล่อนก็โหยหวนขอให้ทำแรงๆซะแล้ว" ยาซูวิพากษ์วิจารณ์เป็นครั้งที่สิบในแปดเรื่องที่ผ่านมา
ลอซยักไหล่ "ไงล่ะ ไม่รู้สิ อาจจะมีคนที่ชอบความเจ็บปวดก็ได้มั๊ง เห็นบอกว่ารู้สึกดี ชั้นจะไปรู้ได้ไงล่ะ ก็ไม่ใช่ผู้หญิงนี่" เขากดรีโมทเล่นเพราะความเบื่อ มีคนผลัดหน้ากันมาทำอะไรแปลกๆในกล่องนี้หลายคู่ซะจนความแปลกใหม่กลายเป็นน่าเบื่อ เขากลิ้งไปกลิ้งมาบนพื้น ก่อนจะใช้ตักยาซูแทนหมอน "เออใช่ ยาซู นายว่าถ้าพวกเราโตขึ้นแล้วไอ้ที่ไว้ใช้ฉี่จะแข็งเหมือนคนในกล่องนั่นมะ?"
เด็กหนุ่มผมยาวทำท่าสยดสยอง "อี๋ ไม่ไหวล่ะ แค่นี้กางเกงชั้นก็ฟิตแล้ว ขืนแข็งโด่เหมือนเจ้านั่นมีหวังต้องไปหาตัวใหญ่กว่านี้ใส่แน่นอน" เขามองไปทางน้องชายอย่างรู้สึกกังวลใจ "คาดาจยังไม่ตื่นขึ้นมาเลยแฮะ นายว่าหมอนั่นถูกพิษหรืออะไรรึเปล่า?"
บนเตียงที่ยังคงโยกสั่นไม่หยุดหย่อน คาดาจนอนนิ่งไร้สติอยู่ ลอซลุกขึ้นจากพื้นแล้วกระโดดขึ้นไปนั่งยองๆข้างๆร่างของน้องคนสุดท้อง "คาดาจ เฮ้ คาดาจ ตื่นสิวะ" เขาเอามือจิ้มแก้มนิ่มๆสองสามที ก่อนจะติดใจเอื้อมมือไปหยิกแล้วดึงไปดึงมาอย่างเมามัน "คาดาจ คาดาจ คาดาจ ตื่น ตื๊น ตื่น~" เสียงเรียกปลุกถูกร้องใส่ทำนองพร้อมท่าประกอบซึ่งได้แก่การดึงแก้มเนียนๆขึ้นลงไปมาตามจังหวะ "คา-"
"เปรี้ยง!" นั่นเป็นเสียงหมัดเปลือยกระทบโหนกแก้มอย่างจัง คาดาจลุกขึ้นมาแยกเขี้ยวใส่พี่ชายคนโต "นายทำบ้าอะไรของนายวะ"
คนถูกต่อยลูบแก้มป้อยๆ เบะปากทำท่าจะบีบน้ำตา "ก็มันสนุกนี่ แล้วนายก็ไม่ยอมตื่น..."
เด็กหนุ่มผมเงินยาวประบ่าทำท่าเหมือนจะพูดอะไรซักอย่าง แต่ก็ปิดปากลง ก่อนที่จะหันไปหายาซู ทว่าภาพบนกล่องประหลาดดึงความสนใจของเขาไปซะก่อน
"งี่เง่าชะมัด ชั้นไม่เห็นว่าการเอาไอ้นั่นจิ้มลงไปในหว่างขาของใครซักคนจะน่าสนุกตรงไหน" เสียงครวญครางจากหญิงสาวในทีวีดังเป็นเสียงแบ๊คกราวน์ระหว่างที่ยาซูออกความคิดเห็น "ไล่ยิงคนยังสนุกกว่าตั้งเยอะ นายว่ามั๊ย คาดาจ?"
ดวงตาสีเขียวของคาดาจจ้องภาพบนจอ ความคิดที่จะเข้าไปในตัวของใครซักคนทำให้เขารู้สึกแปลกๆในช่องท้อง "ยาซู นายคิดว่าพี่ชายจะมีไอ้รูที่อยู่ระหว่างขาเหมือนผู้หญิงคนนั้นมั๊ย?"
ลูกชายคนกลางรับฟังแล้วก็ต้องขมวดคิ้ว "เฮ้ แต่พี่ชายเป็นผู้ชายนี่นา พวกเราก็ไม่มีไอ้แบบนั้น ผู้ชายในกล่องก็ไม่มีไอ้แบบนั้นซักกะคน สงสัยคงไม่มีล่ะมั๊ง?"
"ไม่แน่นะ อาจจะเป็นความลับของผู้ใหญ่ไง พวกผู้ใหญ่ชอบโกหกพวกเราจะตาย บางทีพี่ชายอาจจะมีก็ได้นะ แบบ ขนาดสู้กับเซฟิรอธหมอนั่นยังเอาชนะได้เลย แล้วกะอีแค่รูที่อยู่หว่างขารูสองรูทำไมจะมีไม่ได้" ลอซคิดหาเหตุผลเอาเองเสร็จสรรพ ยาซูครุ่นคิดแล้วก็พยักหน้าอย่างไม่มั่นใจนัก ส่วนคาดาจจ้องมองคนในกล่องอย่างตั้งอกตั้งใจซะจนไม่ได้ยินที่พี่ชายคนโตถามว่าเสื้อผ้าชุดโปรดของเขาหายไปไหน
+++++++++++++++++++
"ไม่รู้สิ แต่ถ้านายไปถามผู้ชายเสื้อขาวที่นั่งอยู่โต๊ะตรงนั้นอาจจะรู้ก็ได้นะ หมอนั่นเป็นลูกจ้างของริช" บาร์เทนเดอร์ชี้ให้วินเซนต์มองตาม "ว่าแต่ชั้นให้ข้อมูลกับนายแล้วนายก็น่าจะมีอะไรแลกเปลี่ยนให้ชั้นบ้างนะ"
ชายหนุ่มในเสื้อคลุมแดงพยักหน้าอย่างเอือมระอา "งั้นชั้นสั่งเหล้าที่แพงที่สุดในร้านก็แล้วกัน"
บาร์เทนเดอร์ซึ่งกำลังเช็ดแก้วอยู่โบกมือเป็นเชิงปฏิเสธ "โฮ่ ไม่ ชั้นไม่ได้หมายความว่าอย่างนั้น ชั้นรู้นะว่านายมาคนเดียว เพราะงั้นคืนนี้- -"
"ไม่" เขาตอบด้วยเสียงชืดชา ถ้านับบาร์เทนเดอร์นี่ก็เป็นคนที่สิบของคืนนี้แล้วที่ชวนเขาไปนอนด้วย
"ชั้นให้นายอีกสามพัน"
"ไม่" วินเซนต์ยืนยันหนักแน่นพลางควักเงินวางไว้บนโต๊ะ "นี่สำหรับค่าเหล้า" เขาเดินตรงไปยังลูกจ้างของริช นึกสงสัยว่าคลาวด์กับเรโน่จะได้ร่องรอยกันบ้างรึเปล่า "ชั้นได้ยินมาว่านายทำงานกับริช" เขาพูดขึ้นเมื่อเดินไปถึงโต๊ะเป้าหมาย ชายวัยกลางคนที่มีแผลอยู่ปลายคิ้วด้านขวาเงยหน้าขึ้นจากแก้วเหล้า มองหน้าเขาอยู่พักนึงก่อนจะพยักหน้า
"ชั้นมีธุระเกี่ยวกับ...ธุรกิจ จะต้องติดต่อกับริช นายพอจะมีเบอร์มือถือหรือว่าที่อยู่ปัจจุบันของเขาบ้างรึเปล่า?"
ชายในชุดขาวยิ้มแสยะ เผยให้เห็นฟันเหยเกซี่เหลืองอ๋อย "ที่อยู่กับเบอร์ของริชน่ะชั้นไม่มีหรอก แต่ถ้านายอยากได้ที่อยู่กับเบอร์ของชั้นล่ะก็..."
โอ้ ศิวะ ไตตั้น บาฮามุท สาบานว่าถ้าวินเซนต์ถูกผู้ชายจีบอย่างงี้อีกรอบ จะผู้บริสุทธิ์หรือไม่ ไอ้เวรนั่นได้โดนเดธเพเนตี้ของเขาระเบิดหัวแน่ๆ
++++++++++++++++++++