2008/Jun/14

เป็นนางสาวไทยต้องรักเด็ก

หากคุณสมบัติข้อนั้นตั้งให้เป็นอันดับแรกของการสมัครเป็นนางสาวไทย แม่ในอนาคตของลูกผู้ชายคนไหน ข้าพเจ้าคงต้องขอบายคนแรกค่ะ

วันนี้เป็นวันหยุดปลายสัปดาห์ค่ะ ปกติแล้วข้าพเจ้าจะออกไปนั่งวาดโดจินหรืออ่านหนังสือตามร้านต่างๆ ไม่ว่าจะร้านกาแฟ ร้านฟาสต์ฟู้ด หรือแม้กระทั่งศูนย์อาหารค่ะ ทุกครั้งที่ไปข้าพเจ้าไม่ได้ไปนั่งเฉยๆหน้าด้านนา ก็สั่งอาหารสั่งกาแฟมาดื่มค่ะ ชนิดที่ว่าไม่เคยให้โต๊ะต้องว่างเลย เพราะงั้นบรรดาร้านอาหารทั้งหลายก็สมควรนับข้าพเจ้าเข้าเป็นหนึ่งในลูกค้าค่ะ

สิ่งที่ทำให้ข้าพเจ้าปวดประสาทที่สุดเวลาไปใช้บริการ ไม่ใช่รสชาติอาหารห่วยแตก ไม่ใช่ความสะอาด(อันมีน้อยหรือมาก)ของร้านอาหาร ไม่ใช่พนักงานห่วยแตก และไม่ใช่ราคาค่าอาหารค่ะ แต่เป็นเด็ก

เด็กปกติข้าพเจ้าเฉยๆนะ ข้าพเจ้าเป็นคนรักสัตว์และเป็นคนรักสงบค่ะ ไม่ใคร่จะเกลียดจะชังใครง่ายๆเท่าไหร่ ด้วยเหตุที่ว่าเกิดมาชาตินี้ไม่ค่อยจะสนใจอะไรค่ะ ใครจะทำอะไรถือว่าเป็นเรื่องของเขา แต่คิดดูสิคะ ถ้าสมมติว่าคุณกำลังนั่งทานข้าว หรือว่านั่งอ่านหนังสือ (ไม่ว่าจะหนังสือการ์ตูนหรือหนังสือสอบก็ตามเถอะ) แล้วมีเสียงเด็กเล็กๆกรี๊ดขึ้นมาเนี่ย มันปวดประสาทขนาดไหน

แล้วสิ่งที่แปลกมากก็คือ แทนที่พ่อแม่จะห้าม เพราะการส่งเสียงแปดล้านเดซิเบลในที่สาธารณะ(ซึ่งไม่ใช่สวนสาธารณะหรือสนามเด็กเล่น)มันเป็นเรื่องไม่ควร แต่พ่อแม่กลับแค่ปรามๆพอเป็นมารยาท ไม่ได้สอนอะไรเด็กๆจริงจังค่ะ

หลายคนอาจจะเถียงว่า ก็เด็กมันยังไม่รู้ความนี่ สอนไปมันก็ไม่เข้าใจค่ะ

แต่ข้าพเจ้าคิดว่า มารยาททางสังคมหรือจิตสำนึก คือสิ่งที่ควรปลูกฝังมาตั้งแต่เล็กแต่น้อยด้วยพ่อแม่ค่ะ ไม่งั้นจะมีสถาบันครอบครัวไปทำไมคะ ถ้าสิ่งที่คุณทำมีเพียงแค่การปั๊มลูกขึ้นมา (ไม่ว่าจะด้วยความตั้งใจหรือพลั้งเผลอก็เถอะ)และเลี้ยงดูทางร่างกาย แต่ไม่ได้เลี้ยงดูทางด้านจิตใจไปด้วย

การที่จะสอนเรื่องเหล่านี้ ก็ควรจะเริ่มตั้งแต่ตอนเล็กๆนี่แหล่ะง่ายที่สุดค่ะ เพราะโตไปอีกหน่อยเข้าสู่ช่วงวัยรุ่น พูดได้แทบเต็มปากเลยค่ะ ว่าเด็กจะสนใจสิ่งอื่นมากกว่าพ่อแม่ค่ะ ไม่ใช่ว่าไม่รักพ่อแม่นะคะ แต่ว่าเด็กๆน่ะมีโลกเป็นของตัวเองแล้วค่ะ ถ้าพ่อแม่พยายามจะก้าวเข้ามามากเกินไปเพราะถือว่าตัวเองเป็นคนให้กำเนิดหรือเป็นคนเลี้ยงมาล่ะก็ คิดใหม่เถอะค่ะ สังคมและค่านิยมเปลี่ยนไปแล้ว คุณต้องเข้าใจว่าเด็กๆอยากได้รับการยอมรับจากเพื่อนๆและมีสิ่งที่อยากจะติดสอยห้อยตามมากกว่าพ่อแม่ของตัวเองค่ะ ด้วยเหตุนั้น เริ่มสอนตั้งแต่ตอนที่เขายังฟังคุณเถอะค่ะ

สอนให้เขารู้จักมารยาทเล็กๆน้อยๆ ว่าไม่ควรเสียงดังในที่สาธารณะ(โดยเฉพาะในห้องสมุด โรงหนัง หรือที่ๆคนอื่นเค้าเงียบๆกัน แม้กระทั่งร้านอาหารค่ะ ถ้าสมมติว่าเป็นแม็คโดนัลที่มีมุมของเด็กนั่นก็แล้วไป) มันเป็นการรบกวนคนอื่น ไม่ควรจะรังแกสัตว์ เพราะถึงแม้มันจะดูเป็นเรื่องเล็กนิดเดียว แต่มันคือเมล็ดพันธุ์แห่งความก้าวร้าวที่ได้ถูกฝังไว้ในใจและถ้าหากคุณไม่ห้าม ซักวันหนึ่งมันจะเติบโตขึ้นในรูปแบบต่างๆ อาจจะลงกับคนอื่น ลงกับสังคม ลงกับครอบครัว ลงกับคนรัก หรือแม้กระทั่งลงกับตัวเองค่ะ

หยุดเถอะค่ะ คุณกำลังให้ท้ายเด็กในสิ่งที่ผิดอยู่ค่ะ ถึงแม้มันจะดูโหดร้าย ขัดกับธรรมชาติของเด็ก แต่ทุกอย่างมันฝึกหัดกันได้ค่ะ ค่อยๆฝึกลูกคุณอย่างละมุนละม่อน ถ้าเขาทำดีก็ให้รางวัลค่ะ ถ้าเขาทำผิดก็ตักเตือน การดุด่าหรือตีนี่ถ้าทำได้ขอให้ละเว้นไว้ค่ะ เพราะมันได้ผลแค่ผิวเผินเท่านั้น เผลอๆอาจจะเป็นการกรีดบาดแผลลงบนจิตใจของลูกคุณ ซึ่งทำให้เขาเติบโตขึ้นมาอย่างผิดปกติค่ะ

ฝากพ่อแม่หลายๆท่านด้วยนะคะ ว่าอย่าทำตัวเป็นพ่อแม่ในนิทานเรื่อง 'พ่อแม่รังแกฉัน' เลยค่ะ มันจะทำให้ทั้งคนอื่น ตัวคุณ และลูกคุณเองเดือดร้อนในภายหลังค่ะ

 

ชื่อ: 
เว็บไซต์: 
คอมเมนต์:




smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry
Hot!

เป็นคนหนึ่งที่เวียนหัวกับคุณเด็ก ๆ ทั้งหลายเหมือนกันค่ะ (ถึงแม้ว่าบางครั้งจะน้อยกว่าผู้ใหญ่ตะแบงเอาสีข้างเข้าถูก็เถอะ)อันที่จริงแล้วก็พอจะเข้าใจได้นะว่าเด็กน่ะมันก็เป็นอย่างนี้แหละ

แต่คุณพ่อคุณแม่ทั้งหลายน่ะ แสดงความจริงใจในการปรามลูก ไม่ให้รบกวนคนอื่นเขาสักหน่อยจะได้ไหม

การที่คุณชิน ไม่ได้หมายความว่าคนทั้งโลกควรจะทำตัวทำใจให้ชินไปกับคุณนะ
#1  by  K9 At 2008-06-14 19:09, 
อืม..
#2  by  papillonprince At 2008-06-14 19:15, 

<< Home