Title : Tension is Passion (17/?)
Author : Hyperkaoru
Fandom : FFVII
+++++++++++++++++++
"ตัวนี้?"
"ม่ายล่ะ" คาดาจที่นั่งอยู่บนม้านั่งตอบเสียงยานคาง เขาโน้มตัวลงมาด้านหน้า เท้าคางโดยวางศอกอยู่บนต้นขาเปล่าเปลือยซึ่งโผล่พ้นรอยแหวกของเสื้อคลุมสีขาว
ชุดที่แขวนติดไม้แขวนเสื้อถูกโยนลงไปกองสุมรวมกับตัวอื่นๆบนพื้นอย่างไม่ใยดี เด็กหนุ่มผมยาวหันกลับไปรื้อราวเสื้อผ้าอีกครั้ง ไม่ใส่ใจกับเสียงพึมพำเป็นแบ็คกราวนด์ของเจ้าของร้านซึ่งนั่งขดตัวอยู่หน้าประตูเชื่อมเข้าไปยังห้องเก็บของหลังร้าน กระซิบบอกลูกจ้างให้อยู่ทำโอทีคืนนี้ด้วย ยาซูหันมาอีกครั้งพร้อมกับกางเกงตัวสั้นจู๋ในมือ "ตัวนี้?"
คนมองทำหน้าละเหี่ย เขาไม่เข้าใจรสนิยมของยาซูเลยซักนิด จะมีใครที่ไหนบ้าใส่กางเกงสั้นขนาดนั้น นั่นเป็นการเปิดโอกาสให้ขาตัวเองได้รับบาดเจ็บเพิ่มขึ้นชัดๆ ถึงแม้จริงๆแล้วไม่ใช่ว่าจะมีใครสามารถทำให้เขาบาดเจ็บได้ก็ตามที "ยาซู ช่วยหาซักชุดที่ไม่สั้น ไม่มีรอยผ่า แหว่ง ประดับลูกไม้ หรือขนเฟอร์ฟูๆได้มั๊ย?"
ยาซูกลอกตา "นายก็มาหาเองสิ!" เขาพูดอย่างงอนๆ ทว่าน้องชายคนเล็กรู้ดีว่าอีกฝ่ายแค่อยากหลบไปเล่นเท่านั้น ดูได้จากการที่เจ้าตัวหยิบกางเกงขาสั้นตัวที่เพิ่งเสนอให้เขาเมื่อครู่กับเสื้อแขนกุดซึ่งยาวแค่คืบครึ่งเข้าไปในห้องลองชุด อันที่จริงแล้วคาดาจเองก็เห็นด้วยกับพี่น้องของเขาว่าไม่เห็นจะจำเป็นต้องทำให้ยุ่งยากด้วยการเข้าๆออกๆห้องนั้นเพื่อลองชุดเลยซะด้วยซ้ำ เพราะในร้านก็มีพื้นที่ตั้งมากมาย โดยเฉพาะหลังจากที่ยาซูยิงปืนขู่ให้ฝูงชนวิ่งหนีตาลีตาเหลือกออกไปเมื่อครึ่งชั่วโมงที่แล้ว
แต่ยังไง๊ยังไงเจ้าของร้านก็ยืนยันแกมขอร้องว่า หล่อนเสียลูกค้าไปแล้ว และไม่อยากจะซวยกว่านั้นด้วยการถูกตำรวจจับข้อหาโชว์อนาจารในที่เกือบสาธารณะ คาดาจไม่เข้าใจคำพูดของหล่อนซะเกือบครึ่ง แต่เมื่อหล่อนบอกว่าในห้องลองมีกระจกไว้สำหรับส่องดูว่าตัวเองใส่ชุดออกมาแล้วดูเป็นยังไง ทั้งสามคนเลยเข้าไปลองชุดในห้องลองแต่โดยดี
พี่ชายคนกลางของเขากลับออกมาในชุดที่ดูคล้ายกับยัยผู้หญิงที่เขาเห็นในกล่องดำๆที่โรงแรม ถึงแม้ว่าชุดเดิมของพวกเขาจะเอนเอียงไปทางแนบเนื้อบางส่วน แต่ก็ไม่เข้าขั้นภาวะวิกฤตเหมือนกับชุดที่อีกฝ่ายใส่อยู่
ยาซูสะบัดผมไปข้างหลัง อวดโฉมตัวเองในชุดใหม่เต็มที่ "นายว่าชั้นดูเป็นไง?"
"เสื่อม" คาดาจตอบสั้นง่ายได้ใจความ
คนฟังชักสีหน้า "อะไรนะ?! นายลองมองดีๆอีกครั้งสิ" เขาหมุนหน้าหมุนหลังให้น้องคนสุดท้องดู ซึ่งลูกชายคนเล็กของเจโนว่าทำหน้าเหยเกเมื่อเห็นว่าก้นขาวๆของพี่ชายโผล่พ้นจากกางเกงเกือบครึ่ง "ลอซ นายคิดว่าชั้นเป็นไง" เขาถามเมื่อเห็นลอซเดินออกมาในแจ็กเก็ตหนังกับกางเกงรัดรูปสีแดง ซึ่งคาดาจถึงกับสำลักเมื่อเห็น
"เออ ก็ดี" ลอซตอบ อันที่จริงเขาก็ตอบอย่างงั้นกับทุกตัวที่ไม่มีลูกไม้ ลายดอกไม้ โบว์ ขนเฟอร์ หรือว่ากระโปรง "แล้วนายคิดว่าชุดนี้เป็นไง?"
คิ้วเรียวของยาซูขมวดเข้าหากัน "ชั้นเกลียดไอ้กางเกงตัวนั้นจริงๆว่ะ" เขาบอก คาดาจพยักหน้าเห็นด้วย "ทำไมนายไม่ลองใส่กางเกงแบบชั้นดูบ้างล่ะ?"
นั่นคือประโยคที่ทำให้ความอดทนของคาดาจสิ้นสุดลง เขารวบเสื้อผ้าโอบหนึ่งแล้วดึงออกจากราว ก่อนจะเดินเข้าห้องลองชุดไป สาบานว่าเขาจะไม่มีวันเป็นประจักษ์พยานภาพที่ลอซใส่กางเกงโชว์ตูดแบบนั้นเป็นอันเด็ดขาด
++++++++++++++++
แวบแรกที่เขาวางสายตาลงบนร่างในชุดกราวน์สีขาว แดนเซลพบว่าขาของเขาก้าวถอยหลังโดยอัตโนมัติ
ด๊อกเตอร์รัชเป็นชายหนุ่มอายุไม่น่าจะเกินสามสิบ เขาอยู่ในเสื้อเชิ้ตสีฟ้าซีดเซียวจนเป็นสีเดียวกับผิวของเขา กางเกงสแล๊คหุ้มขาผอมยาวเอาไว้ ผมสีดำยาวประบ่าถูกมัดหลวมๆไว้ที่ท้ายทอย สีหน้าของเขาไม่แสดงความรู้สึกใดๆ แต่ที่ทำให้เด็กหนุ่มเกาะขอบประตูเอาไว้อย่างไม่อยากจะปล่อยคือดวงตาคู่นั้น
ดวงตาสีทองราวกับจะเรืองแสงในความมืดจ้องมองเขาประดุจวัตถุชิ้นหนึ่ง มันเย็นชาซะจนทำให้ขนอ่อนๆหลังต้นคอลุกเกรียว ทหารฝึกหัดบอกกับตัวเองว่าเขาไม่ควรจะทำตัวเหมือนเด็กเล็กๆเวลาไปหาหมอ เขาโตแล้ว และสิ่งที่เขาควรทำก็คือเดินเข้าไปอย่างไม่รู้สึกสะทกสะท้าน
แต่เอาเข้าจริงบานประตูดูจะมีชีวิตจิตใจมากกว่าร่างในชุดกราวน์นั่น เขายึดมันไว้แน่น หวังจะให้มันกลายเป็นใครซักคนที่สามารถปกป้องเขาได้ หรืออย่างน้อยก็ช่วยกำบังเขาให้พ้นจากสายตาคู่นั้น
"แดลเซล สไตรฟ์"
น้ำเสียงราบเรียบนั่นทำให้เขาสะดุ้ง แววรำคาญที่มาคู่กับมันเป็นสิ่งเดียวที่ทำให้เขาก้าวขาผ่านประตูเข้าไป รู้สึกราวกับสัตว์ที่กำลังถูกส่งเข้าโรงเชือด
"ถอดชุดทหารฝึกหัดนั่นออกแล้วขึ้นไปยืนบนเครื่องวัด"
มือของเขาสั่นในขณะปฏิบัติตามที่อีกฝ่ายบอก ครึ่งนึงของความคิดกรีดร้องว่าเขาไม่ควรทิ้งเกราะป้องกันไม่ว่าจะน้อยซักแค่ไหนต่อหน้าคนๆนี้ อีกครึ่งของเขาถูกครอบงำไปด้วยความกลัวเกินกว่าจะปฏิเสธ
อีธานบอกเขาว่าด๊อกเตอร์รัชเป็นคนใจดี คุยสนุก แล้วก็มีอารมณ์ขัน แต่จากประสบการณ์ตรงในเวลาไม่ถึงสองนาที เด็กหนุ่มสามารถเถียงรูมเมทของเขาได้อย่างเต็มปากเต็มคำ
ทั้งๆที่มีเพียงแค่เสียงเครื่องปรับอากาศและเสียงปากกาจดลงบนกระดาษซึ่งรองด้วยบอร์ดเท่านั้น แต่หัวของแดนเซลกลับอื้ออึงไปด้วยเสียงจากความคิดของตัวเอง ภายใต้บ๊อกเซอร์แค่ตัวเดียว เด็กหนุ่มยกมือขึ้นกอดศอกเอาไว้ ภาวนาต่อสิ่งศักดิ์สิทธิ์ให้การตรวจร่างกายครั้งนี้ผ่านไปอย่างรวดเร็วที่สุด และแน่นอน ออกไปจากห้องนี้โดยไม่มีรอยขีดข่วน....มากนัก
"ซิดอัพ สก๊อตจัมพ์ วิดพื้น อย่างละหนึ่งนาที" คำสั่งต่อไปมาเมื่อน้ำหนักและส่วนสูงของเขาถูกบันทึกเรียบร้อยแล้ว แดนเซลไม่กล้าแม้แต่จะเอ่ยปากถามว่าเขาจะใส่เสื้อผ้าได้รึยัง จึงได้แต่ทำตามคำสั่งที่ได้รับ เขาซิดอัพได้สิบห้าที สก๊อตจัมพ์ได้ยี่สิบที และวิดพื้นได้แค่สองที
ไม่ต้องมองก็รู้ว่าสายตาดูถูกส่งตรงมาที่เขา มันหนาแน่นซะจนเขาไม่สามารถยืนเฉยๆได้ ต้องสลับน้ำหนักไปมาลงบนเท้าซึ่งปวดเมื่อยจากการสก๊อตจัมพ์ เด็กหนุ่มพยายามควบคุมร่างกายของเขาให้อยู่นิ่งๆ บอกกับตัวเองว่าสิ่งสุดท้ายที่เขาต้องการคือความสนใจจากอีกฝ่าย
"นอนลงบนเตียงนี่" ด๊อกเตอร์รัชหมายถึงเตียงเบาะฟองน้ำซึ่งหุ้มด้วยหนังแล้วคลุมด้วยผ้าอีกชั้นนึง มันแข็งและกดเนื้อของเขาเมื่อแดนเซลพยายามไม่ฟังสัญชาติญาณเอาตัวรอดแล้วนอนลงไป แผ่นกลมๆที่มีสายต่อถูกแปะลงบนที่ต่างๆตามร่างกายของเขา ก่อนที่เสียงเครื่องจักรจะดังขึ้น "น่าสมเพช แม้แต่เจ้าสัตว์ทดลองล้มเหลวนั่นยังดีกว่านี้" เด็กหนุ่มห่อตัวเมื่อจับใจความเสียงพึมพำของร่างสูงได้ ดวงตาของเขาจับจ้องอยู่บนฝ้าเพดานบริเวณที่แสงจากหลอดฟลูออเรสเซนส์ไม่จ้ามากนัก รู้สึกละอายในความอ่อนแอของตัวเองเกินกว่าจะเงี่ยหูฟังคำพูดของร่างในชุดกราวน์อีก
ต้นแขนซ้ายของแดนเซลถูกรัดด้วยสายยางนิ่มๆ ร่างของเขาเกร็งขึ้นเมื่อเดาได้ว่ากำลังจะถูกทำอะไร ความรู้สึกเจ็บจี๊ดเกิดขึ้นบนท้องแขนใต้บริเวณข้อพับ ลมหายใจจุกอยู่ในลำคอขณะที่ม่านตาขยายออกซะจนภาพข้างหน้าเกือบกลายเป็นสีขาว ความกลัวและความรู้สึกไม่ปลอดภัยตะกุยตะกายอยู่ในอก บางอย่างกำลังแล่นเข้ามาในตัวของเขา ผ่านทางกระแสเลือด มันร้อนวาบขึ้นมาตามท่อนแขนและเข้าสู่หัวใจที่เต้นแรงเร็วคล้ายกับจะระเบิดได้ทุกวินาที ก่อนจะถูกสูบฉีดออกไปตามส่วนๆของร่างกาย ทุกอวัยวะ และพื้นผิวที่เลือดไปหล่อเลี้ยง สิ่งแปลกปลอมนั่นปั่นป่วนทุกอณูร่างของเขา เขากำลังจะถูกฉีกกระชากจากสัตว์ร้ายนิรนามที่คืบคลานอยู่ในตัว
แดนเซลอ้าปากสูดหายใจถี่เร็ว
เขากำลังจะตาย
...................................
ดวงตาสีทองจ้องมองร่างที่ดิ้นทุรนทุรายอยู่บนเตียงด้วยท่าทีเพิกเฉย นิ้วมือเรียวยาวภายใต้ถุงมือลาเท็กซ์สีขาวจับปากกาจดผลการทดลองลงในตาราง เสียงโครมเมื่อเด็กหนุ่มพลิกตัวตกจากเตียง ลีดที่แปะอยู่บนตัวถูกกระชากออกกระทันหันส่งผลให้กราฟบนจอมอนิเตอร์กลับไปเป็นเส้นราบเรียบ เสียงสะอื้นปนสำลักทำให้เขารู้โดยไม่ต้องมองว่าอีกฝ่ายยังไม่หมดสติไป ใบหน้าเรียบเฉยบูดบึ้งด้วยความไม่พอใจขณะที่ร่างสูงก้าวยาวๆอ้อมทางท้ายเตียงไปอุ้มร่างที่ตอนนี้สั่นระริกแล้วโยนให้นอนลงบนเตียงเหมือนเดิม ดวงตาสีน้ำตาลเบิกกว้าง เด็กหนุ่มทำท่าเหมือนกับจะอาเจียน และเมื่อเขาติดลีดลงบนตัวของอีกฝ่ายเรียบร้อยแล้ว อีกไม่ถึงนาทีกราฟก็บอกเขาว่าร่างทดลองนี้เข้าสู่ภาวะไม่ได้สติแล้ว
ร่างในชุดกราวน์จดเวลาที่ใช้ในการเกิดปฏิกริยาต่อต้านจนกระทั่งสลบไปลงบนช่องข้างๆช่องที่เขียนไว้เมื่อครู่ เขาวางปากกากับบอร์ดจดลงบนเครื่องอ่านกราฟ ก่อนจะเดินผ่านประตูซึ่งต้องกดรหัสผ่านเข้าไปยังห้องทดลองที่เรียงรายไปด้วยแท๊งค์แก้วใหญ่ๆเป็นแถวยาว ขาของเขาก้าวข้ามผ่านท่อพลาสติกใหญ่เล็กซึ่งระโยงระยางกีดขวางทางเดินอยู่ตามพื้นห้องอย่างไม่สะดุด ดวงตาคู่นั้นปรากฏแววพึงพอใจเมื่อเห็นว่าผลการทดลองของเขาซึ่งเริ่มทำเมื่อวานดำเนินไปได้ด้วยดี และเมื่อถึงแท็งค์สุดท้ายซึ่งเป็นแท็งค์ที่ใหญ่ที่สุด เขาก็หยุดมองชิ้นส่วนในนั้นอย่าง...ถ้าไม่นับความบ้าคลั่งอันบิดเบี้ยว... ก็เกือบจะใกล้เคียงกับคำว่ารักใคร่
มือเรียวยาวยกขึ้นแนบกับกระจก ริมฝีปากบางคลี่ยิ้มขณะที่เขามองชิ้นส่วนซึ่งลอยอยู่ในนั้น "เจโนว่า" เขากระซิบแผ่วเบาทว่ายโสโอหังราวกับผู้ชนะ "ในที่สุดชั้นก็กลับมาแล้ว" มือของเขาลูบไล้กระจกแก้วอย่างทะนุถนอม "เจโนว่า ชั้นจะแก้แค้นเจ้าสัตว์ทดลองล้มเหลวที่ทรยศเธอเอง... แดนเซล สไตรฟ์ เด็กที่หมอนั่นเก็บมาเลี้ยง หึหึ น่าขำมั๊ยล่ะ เจ้าตุ๊กตานั่นทำอย่างกับว่าตัวเองมีความรู้สึกอย่างงั้นน่ะแหล่ะ แต่ก็ดี...ชั้นจะสร้างเด็กคนนั้นให้กลายเป็นร่างทดลองที่สมบูรณ์แบบ..." เขาหลับตาลง คิดถึงภาพที่โลกพินาศเป็นหน้ากลอง และทุกคนต้องสยบอยู่ภายใต้เท้าของเขา ภายใต้อำนาจและความอัจฉริยภาพนี้
"เหมือนเซฟิรอธ...ลูกชายของเรายังไงล่ะ"
บนแท็งค์กระจกที่อยู่เบื้องหน้า โฮโจมองภาพสะท้อนอันเลือนลางของร่างด๊อกเตอร์รัชที่เขาช่วงชิงมา
++++++++++++++++++