2008/May/19

ได้รับ Tag มาจากพี่อาน เพราะงั้นไม่พูดพร่ำทำเพลง เรามาเริ่มกันเต๊อะ!

ถ้าคุณตื่นขึ้นมาแล้วกลายเป็นเพศตรงข้าม!!
(ยิปปี้!)

" เช้าวันนึง คุณตื่นมาพร้อมกับความรู้สึกแปลกๆ และเมื่อคุณเดินไปห้องน้ำเพื่อจะอาบน้ำ
คุณกำลังส่องกระจกด้วยความงัวเงีย แต่สิ่งที่คุณเห็นในกระจก กลับกลายเป็นคนแปลกหน้า (เพศตรงข้าม) !!!!!! "

1. คุณจะทำอย่างไร!!!

เอ๋?! เป็นผู้ชายน่ะเหรอ ก่อนอื่นก็ต้องดูก่อนเลยว่าหน้าตารูปร่างโอเคมั๊ย *หัวเราะ* เสร็จแล้วก็เปิดดูตรงนั้น เฮ้! ไม่ใช่ทุกวันนี่นาที่เราจะได้เห็นไอ้นั่นของจริงต่อหน้า โดยเฉพาะอยู่ในหว่างขาของเขาเองน่ะแหล่ะ แน่นอนว่าจะต้องลุ้นให้มันใหญ่ โอเค ชั้นไม่ได้อยากให้มันใหญ่อะไรนักหนาหรอก แค่ขอให้เข้าเกณฑ์มาตรฐานก็พอ ไม่เอาน่า อย่ามองชั้นอย่างงั้นสิ มันก็เหมือนกับการที่ผู้หญิงกังวลเรื่องขนาดหน้าอกของตัวเองน่ะแหล่ะ แล้วพอสำรวจไปได้ซักพัก ตบๆหน้าให้พอรู้ว่าไม่ใช่ความฝัน ชั้นก็จะลองเริ่มมาสเตอร์เบทดู ใช่ มันฟังดูเสื่อมมากเลย แต่แหม ซักครั้งเหอะน่า (หรืออาจจะมากกว่านั้น ก็ชั้นยังอายุน้อยอยู่ แล้วหนุ่มๆน่ะแรงดีจะตาย)

2. หน้าตาของคุณเป็นแบบไหน [วาดรูป ไม่ก็อธิบายให้เห็นภาพนะงับ]

ไม่อยากจะยอมรับเลยว่า ใช่ ชั้นรู้ตัวดีน่าว่าไม่ได้มีรูปลักษณ์หญิงจ๋าถึงขนาดนั้น และไม่ ผิวชั้นก็ไม่ได้อ่อนใสโปร่งบาง และไม่ เสียงชั้นก็ไม่ได้สูงหวานเหมือนสาวๆทั่วไปหรอก เพราะงั้นถึงจะเป็นผู้ชาย ชั้นก็คงจะไม่ได้เปลี่ยนไปมากถึงขนาดนั้น(?) ทว่ามันอาจจะแย่ตรงที่ตอนนี้ชั้นมีผมยาวหยักศก(ไม่ได้เกิดจากธรรมชาติ ซึ่งนั่นแย่ชะมัดเพราะผมดัดน่ะเข้ากับชั้นมากกว่าผมตรงๆที่ได้มาตั้งแต่เกิดซะอีก) ชั้นไม่ชอบผู้ชายผมยาวหยักศกหรอกนะ (ยกเว้นว่าหน้าตาดี อันนั้นทำทรงไหนก็คงขึ้นน่ะแหล่ะ) เพราะงั้นชั้นอาจจะต้องไปตัดผม *หัวเราะ* ใช่ รวมถึงซื้อชุดใหม่ด้วย เพราะไม่คิดหรอกนะว่าชั้นในร่างผู้ชายจะพิศวาสเดรสตัวสั้นน่ะ คงเป็นเรื่องสยองขวัญแห่งปีเลย

3. คุณจะบอกกับคนในบ้านว่ายังไง

อ..เอ๋? บอกกับคนในบ้านน่ะเหรอ อืมม์ ไม่รู้เหมือนกันแฮะ ก็คงจะพยายามปิดน่ะแหล่ะ โอ้ ไกอา ชั้นไม่คิดหรอกนะว่าถ้าสมมติชั้นในร่างผู้ชายเดินลงไปบอกว่า "เอ้อ ผมกลายเป็นผู้ชายไปแล้วล่ะหม่ามี๊" หรืออะไรเทือกๆนั้นแล้วแม่จะไม่เอาไม้กวาดไล่ตีฐานบุกรุกบ้านคนอื่นน่ะ คนในบ้านชั้นต้องไม่เชื่อแน่ๆ เพราะงั้นชั้นจะโทรไปกรีดร้องกับเพื่อนที่ดูท่าจะรับกับเรื่องมหัศจรรย์พันลึกอย่างงี้ว่าจะเอาไงดีก่อนนะ

4. ได้เวลาอาบน้ำ!!

ก็อาบน้ำ แน่นอนว่าต้องเช็คทุกส่วนแล้วแอบโลมเลียร่างกายของตัวเองด้วย *หัวเราะ* บอกแล้วไงว่าไม่ใช่ทุกวันที่เราจะเป็นผู้ชายน่ะ

5. สถานที่ที่อยากจะไป

อาบอบนวด! บาร์เกย์! ว๊าว ฟังดูแย่ชะมัด แต่ถ้าชั้นที่เป็นผู้หญิงล่ะก็ สถานที่ประมาณนี้คงได้อีกฟิลหนึ่งเวลาเข้าไปน่ะแหล่ะ เพราะงั้นถ้าเป็นผู้ชาย ก็ต้องลองเข้าไปดูว่าจะเป็นยังไง

6. คุณจะบอกแฟนคุณว่าไงล่ะทีนี้

เอ๋? ถ้าในกรณีที่มีแฟนเป็นผู้หญิง ก็จะบอกว่า "เฮ้ เบบี๋ เรามาอึ๊บกันให้สุดเหวี่ยงไปเลยเถอะ" และถ้าในกรณีที่แฟนเป็นผู้ชาย ก็จะบอกว่า "เฮ้ เบบี๋ เรามาอึ๊บกับให้สุดเหวี่ยงไปเลยเถอะ ว่าแต่คุณอยากเป็นฝ่ายไหนกันล่ะ รับหรือรุก?" *หัวเราะ*

7. อยากกลับไปเป็นเหมือนเดิมมั๊ย

อยากกลับก็อยากกลับนะ แต่ก็อยากเป็นผู้ชาย ถ้าสมมติว่าให้สลับไปสลับมาเหมือนรันม่าได้ก็ดี แต่ถ้าให้เลือกล่ะก็คงจะเป็นผู้หญิงน่ะแหล่ะ ก็แหม การเป็นสาววายน่ะเจ๋งที่สุดละ *หัวเราะ*

ไม่มีคนให้ Tag ต่อ เพราะงั้นจบลงแค่นี้ล่ะกั๊บ ^^

2008/Mar/17

Title : Tension is Passion (18/?)

Author : Hyperkaoru

Fandom : FFVII

+++++++++++++++++++

"ส...สามคนเหรอครับ?" พนักงานเรียกแขกหน้าโรงแรมพูดตะกุกตะกักเหมือนสำลักอะไรบางอย่างในคอ แต่แล้วรอยยิ้มแบบธุรกิจก็ครอบคลุมสีหน้าตกใจได้อย่างเนียนสนิท ชายหนุ่มในชุดเสื้อกั๊กดำทับเชิ้ตขาวเชื้อเชิญเขาเข้าไปในตัวโรงแรม พลางชี้ทางที่เคาน์เตอร์จองห้องตั้งไว้

คลาวด์เดินนำเข้าไปหน้าเคาน์เตอร์ รู้สึกเหมือนมีอะไรสะกิดใจแต่ก็นึกไม่ออก เขาจำได้ว่าเคยมาโรงแรมนี้และพักอยู่คืนนึงเพื่อมาซื้อของให้กับผู้ชายคนหนึ่ง และตอนนั้นเขาก็ได้มงกุฏเพชรสำหรับปลอมตัวมาแทน ชายหนุ่มทำหน้ายู่ยี่เมื่อจำได้ว่าเจ้าคีย์ไอเท็มเหล่านั้นยังคงอยู่ในกระเป๋าเก็บของข้างตัวเขา

พนักงานต้อนรับเงยหน้าขึ้นมาทักทายเขา ก่อนจะถามว่าต้องการจองห้องกี่ห้อง และเมื่อคลาวด์บอกว่าห้องเดียว อีกฝ่ายก็ชะงักไป ชายหนุ่มผมบลอนด์ขมวดคิ้ว นี่เขาไม่ได้พักที่นี่แค่สองปี ไหงพนักงานถึงได้หยาบคายกันขึ้นทุกคนนะ จริงๆแล้วเขามีเงินจากการปราบมอนสเตอร์รายทางซะจนเช่าห้องพักคนละห้องก็ได้ แต่เขาคิดอยากอัพเกรดมอเตอร์ไซด์ของเขาอีกซักหน่อย และซิดก็บอกว่าค่าอะไหล่ของเฟนเรียร์แพงหูฉี่อย่างที่คลาวด์นึกไม่ถึง

รับกุญแจจากพนักงานมา คลาวด์สาวเท้าเดินขึ้นบันไดไปบนห้องพัก เขาอยากรีบๆแลกเปลี่ยนข้อมูลที่แต่ละคนไปสืบได้มา แล้วจะได้เข้านอนซักที เพราะตลอดทั้งคืนเขาต้องอยู่ดื่มเหล้าเป็นเพื่อนบรรดาสาวๆที่ริชควงด้วย ฟังดูเหมือนเป็นเรื่องน่าโชคดีของผู้ชาย ถ้าเผอิญว่าพวกสาวๆเหล่านั้นไม่ได้เมาร้องไห้อาละวาดจะตบกันให้เขาต้องห้ามศึกบ่อยๆ หรืออาเจียนเรี่ยราดอย่างหมดสวยบนพื้นพรมของร้าน

ริเน็ตต้า...เรตต้าหรืออะไรซักอย่าง หล่อนบอกชื่อเขาด้วยเสียงอ้อแอ้ ผิวสีน้ำผึ้ง สูบบุหรี่จัด ถ้าเขาไม่ได้มีปอดของโซลเย่อร์ก็คงสำลักควันตายเมื่อนั่งข้างๆ 'ริชน่ะเหรอ' หล่อนบิดปากขึ้นยิ้มเหน็บแนม 'ใช้บริการชั้นครั้งสุดท้ายก็เมื่อสองเดือนก่อนน่ะแหล่ะ แล้วก็หายหัวไปซุกอยู่ในหว่างขาเด็กหนุ่มๆ เหอะ ไอ้คนรวยๆมันก็วิปริตกันซะอย่างนี้ล่ะ' หล่อนบอกเขาพลางกระดกเหล้าราคาแพงที่เขาเลี้ยงเป็นค่าเปิดปาก 'เห็นว่ารอบนี้ไปไอ้งานเลี้ยงนั่นก็พาเด็กหนุ่มๆไปสองสามคน แล้วก็พายัยเด็กเอเชียที่เพิ่งเข้ามาใหม่ติดไปด้วย แต่ก็อย่างว่าล่ะนะ งานนั้นน่ะห้ามพวกโฮโม ไม่งั้นยัยนั่นคงไม่ถูกพาไปด้วยหรอก ตัวก็กระเปี๊ยกเดียว แถมหุ่นก็แบนเหมือนไม้กระดาน'

'หนทางติดต่อรัชหรือยัยเด็กนั่นน่ะเหรอ? ไม่มีหรอก ไม่รู้สิ ชั้นไม่มีเบอร์ของรัชหรอกนะ เพราะปกติเวลาเค้าจะใช้บริการ เค้าจะส่งรถลากมารับตัวชั้นไปน่ะ ส่วนเบอร์ของยัยเด็กนั่น? ไม่มีหรอกโทรศัพท์ จะใช้ไปทำไมกันล่ะ พวกเราไม่เคยต้องออกไปไหนไกลๆอยู่แล้วนี่'

เขาถอนหายใจเฮือก หัวเบลอมัวไปด้วยฤทธิ์ของแอลกอฮอล์ ถึงแม้ว่าโซลเย่อร์จะมีระบบเผาผลาญที่ดีเยี่ยม แต่การที่ไม่มีอะไรตกถึงท้องมาตลอดสองวันแล้วไปดื่มวอดก้าเข้าไปขวดนึงเต็มๆคงไม่ใช่สิ่งที่ดีนัก และเมื่อเปิดห้องเข้าไป เรโน่ก็วิ่งแทรกผ่านเขากับกรอบประตูโถมตัวเข้าใส่เตียงใหญ่ซึ่งดูน่าสะดวกสบาย ปัญหาคือ มันมีอยู่แค่เตียงเดียวในห้อง

บางอย่างในหัวของเขาคลิ๊กราวกับตัวต่อที่ประสานเข้ากันพอดี

ที่นี่เปลี่ยนเป็นโรงแรมม่านรูดเต็มตัวแล้ว และที่พนักงานทำท่าตกอกตกใจก็เป็นเพราะเข้าใจผิดว่าพวกเขาสามคน...

คลาวด์ซบหน้าลงบนฝ่ามือ นี่เขาถูกมองว่าเป็น...เป็น โอ้ ศิวะ เสร็จธุระแล้วเขาคงไม่กล้าเสนอหน้ามาวอลล์มาร์เก็ตอีกนาน

........................

วินเซนต์มองเพื่อนร่วมรบผมบลอนด์ของเขาแล้วก็อดรู้สึกผิดเล็กๆไม่ได้ที่ลืมบอกอีกฝ่ายไปว่าตอนนี้โรงแรมแบ่งออกเป็นสองโซนแล้ว เขาคิดว่าโรงแรมก็คือโรงแรม มันเป็นเพียงแค่ที่พักจึงไม่ได้ขัดอะไรเมื่อชายหนุ่มเดินนำพาเข้าส่วนที่เป็นม่านรูดไป

"ชั้น....ออกไปหาน้ำดื่มก่อนนะ" ไม่ทันที่เขาจะได้บอกอีกฝ่ายว่าภายในห้องก็มีตู้เย็น เจ้าของรังสีมาคุขนาดหลุมดำย่อมๆก็เดินออกไปแล้ว ชายหนุ่มจึงเลือกที่จะเดินไปนั่งบนเตียงใหญ่ที่มีชายหนุ่มผมแดงกลิ้งเกลือกอยู่บนนั้นแทน

"เรโน่ นายได้ข้อมูลอะไรมาบ้าง?" เขาหันไปถามอย่างมีความหวัง ตัวเขานอกจากถูกชวนขึ้นเตียงแล้วก็ไม่ได้อะไรมาเลย

คนถูกถามเงยหน้าขึ้นมา "เออใช่ ชั้นได้รายละเอียดเกี่ยวกับสถานขายบริการที่เจ้านั่นไปใช้มาน่ะ นายมีปากกามั๊ย?" เมื่อวินเซนต์ส่ายหัว ชายหนุ่มผมแดงก็พลิกตัวขึ้นมานั่ง แล้วค้นในลิ้นชักข้างเตียง "ให้ตายสิ" เขายิ้มเจ้าเล่ห์ "บริการดีจริงจริ๊ง" โยนเจลหล่อลื่นกับถุงยางอนามัยลงบนเตียงให้ชายหนุ่มผมดำดู "แต่ไม่มีปากกาแฮะ"

สมาชิคกลุ่มทาส์คปีนขึ้นไปบนเตียงก่อนจะพยายามเปิดประตูตู้ใส่ของที่อยู่เหนือหัวเตียง "ล๊อค?" เขาได้ยินเสียงของร่างในชุดคลุมสีแดงถามมาจากด้านหลัง เรโน่ส่ายหัว "เปล่า เปิดได้ แต่ไม่รู้ว่าติดอะไรแฮะ"

มือของวินเซนต์เอื้อมผ่านไหล่อีกฝ่ายเข้ามากุมที่จับ ก่อนจะดึง ทว่าไม่ประสบความสำเร็จเพราะเหมือนมีอะไรติดอยู่อย่างที่เรโน่บอก เขาลองกระชากสองสามที และเมื่อได้ผลเหมือนเดิม คราวนี้เขากระชากมันออกเต็มแรง

ของที่อัดแน่นอยู่ในนั้นโถมทะลักออกมาอย่างรวดเร็วซะจนหน้าด่านอย่างเรโน่ผละถอยหลังออกมา และเมื่อชนเข้ากับวินเซนต์ พวกเขาก็หงายหลังลงไปบนเตียงด้วยกัน

"นั่นมันบ้าอะ- -" เสียงเรโน่ชะงักไปเมื่อคลาวด์เปิดประตูเข้ามา แล้วทำกระป๋องน้ำอัดลมร่วงลงไปกับพื้นทันทีที่เห็นภาพตรงหน้า

ชายหนุ่มเพื่อนร่วมทางของเขานอนอยู่บนเตียง โดยที่เรโน่คร่อมวินเซนต์ไว้ครึ่งตัว รอบข้างของทั้งสองกระจัดกระจายไปด้วย...ของเล่นผู้ใหญ่ มากมายและแปลกพิสดารอย่างที่คลาวด์ไม่เคยได้เห็นมาก่อน

ไวเบรเตอร์สีม่วงขนาดเท่าแขนเด็กกลิ้งมาแตะปลายเท้าของเขาน่ะแหล่ะ คลาวด์ถึงจะได้สติ เลิกอ้าปากค้างกับเหตุการณ์ตรงหน้า "เอ้อ..ค..คือ" ใบหน้าของเขาแดงจัด "ชั้นว่าชั้นจะออกไปหาข่าวอีกหน่อย ไม่รบกวนแล้วล่ะ!" พูดแค่นั้นชายหนุ่มผมบลอนด์ก็ออกไปจากห้องอย่างรวดเร็วราวกลับมีคาออสวิ่งไล่หลังมา

ในขณะที่เรโน่หยิบดิลโด้ที่มีรูปร่างคล้ายๆกับไม้แขวนเสื้อครึ่งตัวแต่มีปุ่มกลมๆใหญ่ๆตรงปลายขึ้นมาดูอย่างสนอกสนใจ วินเซนต์หยิบค๊อคริงส์ออกจากอกของเขา ทำหน้าละเหี่ยเมื่อคิดว่าจะหาคำอธิบายยังไงดีไม่ให้คลาวด์เข้าใจอย่างที่อีกฝ่ายเห็น แต่เมื่อหาข้ออ้างดีๆไม่ได้ เขาก็เลือกที่จะปิดปากเงียบสนิทเกี่ยวกับเหตุการณ์นี้ นึกในทางที่ดีว่าอย่างน้อยคู่กรณีของเขาก็เป็นเรโน่ ไม่ใช่รู๊ด

++++++++++++++++++++

ร่างทดลองของเขานอนอยู่บนเตียงขณะที่เขาเดินวนรอบๆห้องตรวจเช็คมอนิเตอร์แสดงผลของสัตว์ทดลองในหลอดแก้วนัมเบอร์ที่เพิ่งบรรจุเข้ามา โฮโจบันทึกผลลงในตาราง ดูเหมือนว่าการเคลื่อนย้ายจะส่งผลกระทบต่อระยะฟักของมอนสเตอร์พวกนี้

เสียงสำลักครืดเครือจากลำคอทำให้นักวิทยาศาสตร์ในเสื้อกาวน์หันกลับไป ณ ใจกลางห้อง เด็กหนุ่มซึ่งนอนอยู่บนเตียงขยับร่างน้อยๆ ไอเสียงแหบๆออกมา ก่อนจะพลิกร่างและตกลงไปจากเตียงสแตนเลสเสียงดังพลั่ก ร่างเปลือยที่มีบ๊อกเซอร์ติดอยู่ที่สะโพกแค่ตัวเดียวกองอยู่กับพื้น เขาคำรามอย่างขัดใจแล้วเดินเข้าไปช้อนร่างที่ได้สติอยู่แค่เลือนลางขึ้นไปวางไว้บนเตียงอีกครั้ง ก่อนจะติดลีดตามตัวเพื่อให้คอมพิวเตอร์บันทึกผลสภาพร่างกายขณะรู้สึกตัว

เมื่อหยิบเข็มออกมา เจ้าของผมสีน้ำตาลแดงก็หดตัวอย่างหวาดกลัว เขาจับแนวสันกรามของเด็กหนุ่มแล้วบีบจนอีกฝ่ายร้องด้วยความตกใจ แล้วพลิกหน้าหันมาให้ตาคู่นั้นประสานกับเขา "อยู่นิ่งๆ" ดูเหมือนกับว่าคำขู่ที่ไม่ได้บอกออกไปจะได้ผล ฉับพลัน ร่างทดลองของเขาแข็งทื่อราวกับโดนวางยา มีเพียงดวงตาที่เบิกกว้างด้วยความหวาดกลัวเท่านั้นที่บอกว่าร่างนั้นยังมีชีวิตอยู่

สายยางนิ่มยาวฟุตนึงถูกรัดไว้ที่ต้นแขนผอมๆจนเส้นเลือดสีน้ำเงินปรากฏขึ้นตรงบริเวณข้อพับ โฮโจใช้สำลีชุบแอลกอฮอล์เช็ดพื้นที่บริเวณนั้นแล้วสอดเข็มเข้าไป ก่อนจะดึงก้านกระบอกสูบให้เลือดสีแดงเข้มไหลตามเข้ามาในหลอด เมื่อได้เลือดพอที่จะเก็บไว้ตรวจเช็ค เขาก็ดึงเข็มออกแล้วหยิบยูนิฟอร์มบนพื้นโยนลงบนตักของเด็กหนุ่ม

"ใส่ซะ แล้วออกไปจากห้องนี้ภายในสิบนาที" เขาบอก แล้วเดินเข้าไปในห้องอีกห้องหนึ่งซึ่งอยู่ลึกเข้าไปโดยที่ไม่ได้รอดูแดนเซลที่พยายามใส่เสื้อผ้าด้วยมือสั่นเทา และตะเกียกตะกายออกจากห้องไปเป็นหมดสติอีกครั้งอยู่ที่ระเบียงด้านนอก

+++++++++++++++++++++++++

 

 

2008/Mar/17

Title : Tension is Passion (17/?)

Author : Hyperkaoru

Fandom : FFVII

+++++++++++++++++++

"ตัวนี้?"

"ม่ายล่ะ" คาดาจที่นั่งอยู่บนม้านั่งตอบเสียงยานคาง เขาโน้มตัวลงมาด้านหน้า เท้าคางโดยวางศอกอยู่บนต้นขาเปล่าเปลือยซึ่งโผล่พ้นรอยแหวกของเสื้อคลุมสีขาว

ชุดที่แขวนติดไม้แขวนเสื้อถูกโยนลงไปกองสุมรวมกับตัวอื่นๆบนพื้นอย่างไม่ใยดี เด็กหนุ่มผมยาวหันกลับไปรื้อราวเสื้อผ้าอีกครั้ง ไม่ใส่ใจกับเสียงพึมพำเป็นแบ็คกราวนด์ของเจ้าของร้านซึ่งนั่งขดตัวอยู่หน้าประตูเชื่อมเข้าไปยังห้องเก็บของหลังร้าน กระซิบบอกลูกจ้างให้อยู่ทำโอทีคืนนี้ด้วย ยาซูหันมาอีกครั้งพร้อมกับกางเกงตัวสั้นจู๋ในมือ "ตัวนี้?"

คนมองทำหน้าละเหี่ย เขาไม่เข้าใจรสนิยมของยาซูเลยซักนิด จะมีใครที่ไหนบ้าใส่กางเกงสั้นขนาดนั้น นั่นเป็นการเปิดโอกาสให้ขาตัวเองได้รับบาดเจ็บเพิ่มขึ้นชัดๆ ถึงแม้จริงๆแล้วไม่ใช่ว่าจะมีใครสามารถทำให้เขาบาดเจ็บได้ก็ตามที "ยาซู ช่วยหาซักชุดที่ไม่สั้น ไม่มีรอยผ่า แหว่ง ประดับลูกไม้ หรือขนเฟอร์ฟูๆได้มั๊ย?"

ยาซูกลอกตา "นายก็มาหาเองสิ!" เขาพูดอย่างงอนๆ ทว่าน้องชายคนเล็กรู้ดีว่าอีกฝ่ายแค่อยากหลบไปเล่นเท่านั้น ดูได้จากการที่เจ้าตัวหยิบกางเกงขาสั้นตัวที่เพิ่งเสนอให้เขาเมื่อครู่กับเสื้อแขนกุดซึ่งยาวแค่คืบครึ่งเข้าไปในห้องลองชุด อันที่จริงแล้วคาดาจเองก็เห็นด้วยกับพี่น้องของเขาว่าไม่เห็นจะจำเป็นต้องทำให้ยุ่งยากด้วยการเข้าๆออกๆห้องนั้นเพื่อลองชุดเลยซะด้วยซ้ำ เพราะในร้านก็มีพื้นที่ตั้งมากมาย โดยเฉพาะหลังจากที่ยาซูยิงปืนขู่ให้ฝูงชนวิ่งหนีตาลีตาเหลือกออกไปเมื่อครึ่งชั่วโมงที่แล้ว

แต่ยังไง๊ยังไงเจ้าของร้านก็ยืนยันแกมขอร้องว่า หล่อนเสียลูกค้าไปแล้ว และไม่อยากจะซวยกว่านั้นด้วยการถูกตำรวจจับข้อหาโชว์อนาจารในที่เกือบสาธารณะ คาดาจไม่เข้าใจคำพูดของหล่อนซะเกือบครึ่ง แต่เมื่อหล่อนบอกว่าในห้องลองมีกระจกไว้สำหรับส่องดูว่าตัวเองใส่ชุดออกมาแล้วดูเป็นยังไง ทั้งสามคนเลยเข้าไปลองชุดในห้องลองแต่โดยดี

พี่ชายคนกลางของเขากลับออกมาในชุดที่ดูคล้ายกับยัยผู้หญิงที่เขาเห็นในกล่องดำๆที่โรงแรม ถึงแม้ว่าชุดเดิมของพวกเขาจะเอนเอียงไปทางแนบเนื้อบางส่วน แต่ก็ไม่เข้าขั้นภาวะวิกฤตเหมือนกับชุดที่อีกฝ่ายใส่อยู่

ยาซูสะบัดผมไปข้างหลัง อวดโฉมตัวเองในชุดใหม่เต็มที่ "นายว่าชั้นดูเป็นไง?"

"เสื่อม" คาดาจตอบสั้นง่ายได้ใจความ

คนฟังชักสีหน้า "อะไรนะ?! นายลองมองดีๆอีกครั้งสิ" เขาหมุนหน้าหมุนหลังให้น้องคนสุดท้องดู ซึ่งลูกชายคนเล็กของเจโนว่าทำหน้าเหยเกเมื่อเห็นว่าก้นขาวๆของพี่ชายโผล่พ้นจากกางเกงเกือบครึ่ง "ลอซ นายคิดว่าชั้นเป็นไง" เขาถามเมื่อเห็นลอซเดินออกมาในแจ็กเก็ตหนังกับกางเกงรัดรูปสีแดง ซึ่งคาดาจถึงกับสำลักเมื่อเห็น

"เออ ก็ดี" ลอซตอบ อันที่จริงเขาก็ตอบอย่างงั้นกับทุกตัวที่ไม่มีลูกไม้ ลายดอกไม้ โบว์ ขนเฟอร์ หรือว่ากระโปรง "แล้วนายคิดว่าชุดนี้เป็นไง?"

คิ้วเรียวของยาซูขมวดเข้าหากัน "ชั้นเกลียดไอ้กางเกงตัวนั้นจริงๆว่ะ" เขาบอก คาดาจพยักหน้าเห็นด้วย "ทำไมนายไม่ลองใส่กางเกงแบบชั้นดูบ้างล่ะ?"

นั่นคือประโยคที่ทำให้ความอดทนของคาดาจสิ้นสุดลง เขารวบเสื้อผ้าโอบหนึ่งแล้วดึงออกจากราว ก่อนจะเดินเข้าห้องลองชุดไป สาบานว่าเขาจะไม่มีวันเป็นประจักษ์พยานภาพที่ลอซใส่กางเกงโชว์ตูดแบบนั้นเป็นอันเด็ดขาด

++++++++++++++++

แวบแรกที่เขาวางสายตาลงบนร่างในชุดกราวน์สีขาว แดนเซลพบว่าขาของเขาก้าวถอยหลังโดยอัตโนมัติ

ด๊อกเตอร์รัชเป็นชายหนุ่มอายุไม่น่าจะเกินสามสิบ เขาอยู่ในเสื้อเชิ้ตสีฟ้าซีดเซียวจนเป็นสีเดียวกับผิวของเขา กางเกงสแล๊คหุ้มขาผอมยาวเอาไว้ ผมสีดำยาวประบ่าถูกมัดหลวมๆไว้ที่ท้ายทอย สีหน้าของเขาไม่แสดงความรู้สึกใดๆ แต่ที่ทำให้เด็กหนุ่มเกาะขอบประตูเอาไว้อย่างไม่อยากจะปล่อยคือดวงตาคู่นั้น

ดวงตาสีทองราวกับจะเรืองแสงในความมืดจ้องมองเขาประดุจวัตถุชิ้นหนึ่ง มันเย็นชาซะจนทำให้ขนอ่อนๆหลังต้นคอลุกเกรียว ทหารฝึกหัดบอกกับตัวเองว่าเขาไม่ควรจะทำตัวเหมือนเด็กเล็กๆเวลาไปหาหมอ เขาโตแล้ว และสิ่งที่เขาควรทำก็คือเดินเข้าไปอย่างไม่รู้สึกสะทกสะท้าน

แต่เอาเข้าจริงบานประตูดูจะมีชีวิตจิตใจมากกว่าร่างในชุดกราวน์นั่น เขายึดมันไว้แน่น หวังจะให้มันกลายเป็นใครซักคนที่สามารถปกป้องเขาได้ หรืออย่างน้อยก็ช่วยกำบังเขาให้พ้นจากสายตาคู่นั้น

"แดลเซล สไตรฟ์"

น้ำเสียงราบเรียบนั่นทำให้เขาสะดุ้ง แววรำคาญที่มาคู่กับมันเป็นสิ่งเดียวที่ทำให้เขาก้าวขาผ่านประตูเข้าไป รู้สึกราวกับสัตว์ที่กำลังถูกส่งเข้าโรงเชือด

"ถอดชุดทหารฝึกหัดนั่นออกแล้วขึ้นไปยืนบนเครื่องวัด"

มือของเขาสั่นในขณะปฏิบัติตามที่อีกฝ่ายบอก ครึ่งนึงของความคิดกรีดร้องว่าเขาไม่ควรทิ้งเกราะป้องกันไม่ว่าจะน้อยซักแค่ไหนต่อหน้าคนๆนี้ อีกครึ่งของเขาถูกครอบงำไปด้วยความกลัวเกินกว่าจะปฏิเสธ

อีธานบอกเขาว่าด๊อกเตอร์รัชเป็นคนใจดี คุยสนุก แล้วก็มีอารมณ์ขัน แต่จากประสบการณ์ตรงในเวลาไม่ถึงสองนาที เด็กหนุ่มสามารถเถียงรูมเมทของเขาได้อย่างเต็มปากเต็มคำ

ทั้งๆที่มีเพียงแค่เสียงเครื่องปรับอากาศและเสียงปากกาจดลงบนกระดาษซึ่งรองด้วยบอร์ดเท่านั้น แต่หัวของแดนเซลกลับอื้ออึงไปด้วยเสียงจากความคิดของตัวเอง ภายใต้บ๊อกเซอร์แค่ตัวเดียว เด็กหนุ่มยกมือขึ้นกอดศอกเอาไว้ ภาวนาต่อสิ่งศักดิ์สิทธิ์ให้การตรวจร่างกายครั้งนี้ผ่านไปอย่างรวดเร็วที่สุด และแน่นอน ออกไปจากห้องนี้โดยไม่มีรอยขีดข่วน....มากนัก

"ซิดอัพ สก๊อตจัมพ์ วิดพื้น อย่างละหนึ่งนาที" คำสั่งต่อไปมาเมื่อน้ำหนักและส่วนสูงของเขาถูกบันทึกเรียบร้อยแล้ว แดนเซลไม่กล้าแม้แต่จะเอ่ยปากถามว่าเขาจะใส่เสื้อผ้าได้รึยัง จึงได้แต่ทำตามคำสั่งที่ได้รับ เขาซิดอัพได้สิบห้าที สก๊อตจัมพ์ได้ยี่สิบที และวิดพื้นได้แค่สองที

ไม่ต้องมองก็รู้ว่าสายตาดูถูกส่งตรงมาที่เขา มันหนาแน่นซะจนเขาไม่สามารถยืนเฉยๆได้ ต้องสลับน้ำหนักไปมาลงบนเท้าซึ่งปวดเมื่อยจากการสก๊อตจัมพ์ เด็กหนุ่มพยายามควบคุมร่างกายของเขาให้อยู่นิ่งๆ บอกกับตัวเองว่าสิ่งสุดท้ายที่เขาต้องการคือความสนใจจากอีกฝ่าย

"นอนลงบนเตียงนี่" ด๊อกเตอร์รัชหมายถึงเตียงเบาะฟองน้ำซึ่งหุ้มด้วยหนังแล้วคลุมด้วยผ้าอีกชั้นนึง มันแข็งและกดเนื้อของเขาเมื่อแดนเซลพยายามไม่ฟังสัญชาติญาณเอาตัวรอดแล้วนอนลงไป แผ่นกลมๆที่มีสายต่อถูกแปะลงบนที่ต่างๆตามร่างกายของเขา ก่อนที่เสียงเครื่องจักรจะดังขึ้น "น่าสมเพช แม้แต่เจ้าสัตว์ทดลองล้มเหลวนั่นยังดีกว่านี้" เด็กหนุ่มห่อตัวเมื่อจับใจความเสียงพึมพำของร่างสูงได้ ดวงตาของเขาจับจ้องอยู่บนฝ้าเพดานบริเวณที่แสงจากหลอดฟลูออเรสเซนส์ไม่จ้ามากนัก รู้สึกละอายในความอ่อนแอของตัวเองเกินกว่าจะเงี่ยหูฟังคำพูดของร่างในชุดกราวน์อีก

ต้นแขนซ้ายของแดนเซลถูกรัดด้วยสายยางนิ่มๆ ร่างของเขาเกร็งขึ้นเมื่อเดาได้ว่ากำลังจะถูกทำอะไร ความรู้สึกเจ็บจี๊ดเกิดขึ้นบนท้องแขนใต้บริเวณข้อพับ ลมหายใจจุกอยู่ในลำคอขณะที่ม่านตาขยายออกซะจนภาพข้างหน้าเกือบกลายเป็นสีขาว ความกลัวและความรู้สึกไม่ปลอดภัยตะกุยตะกายอยู่ในอก บางอย่างกำลังแล่นเข้ามาในตัวของเขา ผ่านทางกระแสเลือด มันร้อนวาบขึ้นมาตามท่อนแขนและเข้าสู่หัวใจที่เต้นแรงเร็วคล้ายกับจะระเบิดได้ทุกวินาที ก่อนจะถูกสูบฉีดออกไปตามส่วนๆของร่างกาย ทุกอวัยวะ และพื้นผิวที่เลือดไปหล่อเลี้ยง สิ่งแปลกปลอมนั่นปั่นป่วนทุกอณูร่างของเขา เขากำลังจะถูกฉีกกระชากจากสัตว์ร้ายนิรนามที่คืบคลานอยู่ในตัว

แดนเซลอ้าปากสูดหายใจถี่เร็ว

เขากำลังจะตาย

...................................

ดวงตาสีทองจ้องมองร่างที่ดิ้นทุรนทุรายอยู่บนเตียงด้วยท่าทีเพิกเฉย นิ้วมือเรียวยาวภายใต้ถุงมือลาเท็กซ์สีขาวจับปากกาจดผลการทดลองลงในตาราง เสียงโครมเมื่อเด็กหนุ่มพลิกตัวตกจากเตียง ลีดที่แปะอยู่บนตัวถูกกระชากออกกระทันหันส่งผลให้กราฟบนจอมอนิเตอร์กลับไปเป็นเส้นราบเรียบ เสียงสะอื้นปนสำลักทำให้เขารู้โดยไม่ต้องมองว่าอีกฝ่ายยังไม่หมดสติไป ใบหน้าเรียบเฉยบูดบึ้งด้วยความไม่พอใจขณะที่ร่างสูงก้าวยาวๆอ้อมทางท้ายเตียงไปอุ้มร่างที่ตอนนี้สั่นระริกแล้วโยนให้นอนลงบนเตียงเหมือนเดิม ดวงตาสีน้ำตาลเบิกกว้าง เด็กหนุ่มทำท่าเหมือนกับจะอาเจียน และเมื่อเขาติดลีดลงบนตัวของอีกฝ่ายเรียบร้อยแล้ว อีกไม่ถึงนาทีกราฟก็บอกเขาว่าร่างทดลองนี้เข้าสู่ภาวะไม่ได้สติแล้ว

ร่างในชุดกราวน์จดเวลาที่ใช้ในการเกิดปฏิกริยาต่อต้านจนกระทั่งสลบไปลงบนช่องข้างๆช่องที่เขียนไว้เมื่อครู่ เขาวางปากกากับบอร์ดจดลงบนเครื่องอ่านกราฟ ก่อนจะเดินผ่านประตูซึ่งต้องกดรหัสผ่านเข้าไปยังห้องทดลองที่เรียงรายไปด้วยแท๊งค์แก้วใหญ่ๆเป็นแถวยาว ขาของเขาก้าวข้ามผ่านท่อพลาสติกใหญ่เล็กซึ่งระโยงระยางกีดขวางทางเดินอยู่ตามพื้นห้องอย่างไม่สะดุด ดวงตาคู่นั้นปรากฏแววพึงพอใจเมื่อเห็นว่าผลการทดลองของเขาซึ่งเริ่มทำเมื่อวานดำเนินไปได้ด้วยดี และเมื่อถึงแท็งค์สุดท้ายซึ่งเป็นแท็งค์ที่ใหญ่ที่สุด เขาก็หยุดมองชิ้นส่วนในนั้นอย่าง...ถ้าไม่นับความบ้าคลั่งอันบิดเบี้ยว... ก็เกือบจะใกล้เคียงกับคำว่ารักใคร่

มือเรียวยาวยกขึ้นแนบกับกระจก ริมฝีปากบางคลี่ยิ้มขณะที่เขามองชิ้นส่วนซึ่งลอยอยู่ในนั้น "เจโนว่า" เขากระซิบแผ่วเบาทว่ายโสโอหังราวกับผู้ชนะ "ในที่สุดชั้นก็กลับมาแล้ว" มือของเขาลูบไล้กระจกแก้วอย่างทะนุถนอม "เจโนว่า ชั้นจะแก้แค้นเจ้าสัตว์ทดลองล้มเหลวที่ทรยศเธอเอง... แดนเซล สไตรฟ์ เด็กที่หมอนั่นเก็บมาเลี้ยง หึหึ น่าขำมั๊ยล่ะ เจ้าตุ๊กตานั่นทำอย่างกับว่าตัวเองมีความรู้สึกอย่างงั้นน่ะแหล่ะ แต่ก็ดี...ชั้นจะสร้างเด็กคนนั้นให้กลายเป็นร่างทดลองที่สมบูรณ์แบบ..." เขาหลับตาลง คิดถึงภาพที่โลกพินาศเป็นหน้ากลอง และทุกคนต้องสยบอยู่ภายใต้เท้าของเขา ภายใต้อำนาจและความอัจฉริยภาพนี้

"เหมือนเซฟิรอธ...ลูกชายของเรายังไงล่ะ"

บนแท็งค์กระจกที่อยู่เบื้องหน้า โฮโจมองภาพสะท้อนอันเลือนลางของร่างด๊อกเตอร์รัชที่เขาช่วงชิงมา

++++++++++++++++++